คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5663/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นคำร้องต่อศาลในคดีล้มละลายตามมาตรา 146 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 จะกระทำได้เฉพาะกรณีที่ผู้ร้องได้รับความเสียหายจากการกระทำหรือคำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เท่านั้น หากได้รับความเสียหายจากบุคคลอื่น ต้องไปว่ากล่าวต่างหากจากคดีล้มละลาย.
ย่อคำพิพากษา
ตามคำร้องของผู้ร้องอ้างว่า ป.เป็นผู้ซื้อรถยนต์กึ่งพ่วงได้จากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าพนักงาน-พิทักษ์ทรัพย์ แล้ว ป.ขายต่อให้แก่ผู้ร้อง ผู้ร้องได้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนขนส่งจังหวัดเพื่อจดทะเบียนการโอนย้ายและเปลี่ยนทะเบียนใหม่ แต่นายทะเบียนขนส่งจังหวัดไม่สามารถจดทะเบียนการโอนได้เพราะรถพ่วงเลขทะเบียนซ้ำกับทะเบียนรถคันอื่นขอให้มีคำสั่งให้นายทะเบียนขนส่งจังหวัดจดทะเบียนรถพ่วงให้แก่ผู้ร้อง ตามคำร้องของผู้ร้อง มิใช่เป็นเรื่องที่ผู้ร้องได้รับความเสียหายโดยการกระทำหรือคำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 146ในอันที่จะยื่นคำร้องเข้ามาในคดีในชั้นรวบรวมและจำหน่ายทรัพย์สินได้ หากผู้ร้องได้รับความเสียหายอย่างไรก็ชอบที่จะไปว่ากล่าวกับผู้เกี่ยวข้องต่างหากจากคดีในชั้นนี้ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายพงษ์ศักดิ์ เอี่ยมธนานันท์ · ผู้ร้อง - นายสมชาย ศรีแสงไทยสุข · จำเลย - ริษัทโครงเหล็กไทย จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมาน เวทวินิจ · สมิทธิ์ วราอุบล · บรรเทิง มุลพรม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายอภิชัย ประเสริฐสรรพกิจ · ศาลอุทธรณ์ - นายจำลอง สุขศิริ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา