⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6509/2539

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6509/2539

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดต่อผู้เสียหายหลายคน แม้จะเกิดขึ้นในคราวเดียวกัน แต่หากเป็นการกระทำต่อผู้เสียหายแต่ละคนโดยเฉพาะโดยมีเจตนาแยกต่างหาก ถือเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน และการปรับบทลงโทษจำเลยในประเด็นนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยที่ศาลฎีกาสามารถแก้ไขได้แม้คู่ความมิได้ฎีกา

ย่อคำพิพากษา

ผู้เสียหายทั้งสองซึ่งเป็นหญิงออกจากงานเลี้ยงจะกลับบ้านให้จำเลยขับรถไปส่งบ้าน จำเลยตกลงรับไปส่งแต่จำเลยกลับขับรถพาผู้เสียหายทั้งสองไปกระทำอนาจารที่กระท่อมกลางทุ่งนา แม้จะพาไปในคราวเดียวกันแต่ก็เป็นการกระทำต่อผู้เสียหายแต่ละคนโดยเฉพาะโดยเจตนาจะให้เกิดผลต่างกรรมกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน แม้คู่ความมิได้ฎีกาในปัญหาข้อนี้แต่การปรับบทลงโทษจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาพิพากษาแก้ไขให้ถูกต้องโดยลงโทษเท่าเดิมได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.190 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.319

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม 2532 เวลากลางคืนหลังเที่ยงถึงวันที่ 28 ตุลาคม 2532 เวลากลางวันต่อเนื่องติดต่อกันทั้งเวลากลางวันและกลางคืน จำเลยกับพวกอีก 1 คนร่วมกันพรากนางสาวนิตยา รัตนพล ผู้เสียหายที่ 1 อายุ 15 ปีเศษและเด็กหญิงปราณี ทองศรีนุช อายุ 14 ปีเศษ ผู้เสียหายที่ 2ซึ่งเป็นผู้เยาว์อายุกว่า 13 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี ไปเสียจากนายสวัสดิ์ นางละเมียด รัตนพล บิดามารดาผู้เสียหายที่ 1และนางบุญเกื้อ รัตนพันธ์ มารดาผู้เสียหายที่ 2 โดยผู้เสียหายทั้งสองไม่เต็มใจไปด้วยเพื่อการอนาจารแล้วจำเลยใช้กำลังประทุษร้ายกอดปล้ำกระทำอนาจารผู้เสียหายที่ 1 โดยผู้เสียหายที่ 1ไม่ยินยอมและอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้และจำเลยกับพวกร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังโดยร่วมกันพาผู้เสียหายทั้งสองไปเพื่อการอนาจารและกระทำอนาจารเพื่อให้ผู้เสียหายทั้งสองปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 91, 278, 310, 318, 319 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 317 วรรคสาม ให้จำคุก 4 ปี ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317 วรรคแรก, 83 ให้จำคุก 2 ปีนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบาหรือรอการลงโทษ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ผู้เสียหายทั้งสองออกจากงานเลี้ยงจะกลับบ้าน ให้จำเลยขับรถไปส่งบ้าน จำเลยตกลงรับไปส่งแต่จำเลยกับพวกกลับขับรถพาผู้เสียหายทั้งสองไปกระทำอนาจารที่กระท่อมกลางทุ่งนา ทำให้เกิดความเสื่อมเสียแก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นหญิงสาว พฤติการณ์แห่งการกระทำของจำเลยไม่สมควรที่จะรอการลงโทษ และการที่จำเลยกับพวกพาผู้เสียหายทั้งสองไปกระทำอนาจารนั้นแม้จะพาไปในคราวเดียวกันแต่ก็เป็นการกระทำต่อผู้เสียหายแต่ละคนโดยเฉพาะโดยเจตนาจะให้เกิดผลต่างกรรมกันการกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน แม้คู่ความมิได้ฎีกาในปัญหาข้อนี้ แต่การปรับบทลงโทษจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้องโดยลงโทษเท่าเดิมได้" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 319 วรรคแรก, 83 รวม 2 กระทง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6509/2539 อัยการ ประจำศาล จังหวัด ทุ่งสง โจทก์ นาย ไชยาหรือแดง ศิริ สุข จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการ ประจำศาล จังหวัด ทุ่งสง · จำเลย - นาย ไชยาหรือแดง ศิริ สุข
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ก้าน อันนานนท์ · อัครวิทย์ สุมาวงศ์ · อำนวย หมวดเมือง
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9026/2553ฎีกา 6575/2551ฎีกา 6229/2539ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7722/2544ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 664/2520ฎีกา 119/2517ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2813/2566ฎีกา 8297/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา