คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 239/2540
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายผิดสัญญา อีกฝ่ายหนึ่งย่อมไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญา และหากผู้ที่ถูกบอกเลิกสัญญายังคงมีสิทธิตามสัญญา การอยู่ในทรัพย์สินพิพาทจึงไม่ถือเป็นการละเมิด
ย่อคำพิพากษา
จำเลยทำสัญญาจะซื้อขายบ้านและที่ดินกับโจทก์ ครั้นถึงวันนัดจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ โจทก์ไม่สามารถนำโฉนดที่ดินมาจดทะเบียนได้ อันเป็นความผิดของฝ่ายโจทก์เอง หาใช่ความผิดของจำเลยไม่ โจทก์จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาจะซื้อจะขาย
โจทก์ยินยอมให้จำเลยเข้าอยู่อาศัยในบ้านและที่ดินพิพาทจนกว่าจะได้โอนกรรมสิทธิ์บ้านและที่ดินพิพาท เมื่อโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาเพราะไม่สามารถนำโฉนดที่ดินมาจดทะเบียนได้ สิทธิอาศัยของจำเลยจึงยังคงมีอยู่ตามสัญญา เมื่อโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาจึงไม่มีสิทธิเลิกสัญญาและบอกกล่าวให้จำเลยออกจากที่ดินและอาคารพิพาท การที่จำเลยอยู่ในอาคารโดยมีสิทธิตามสัญญาจึงไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทสินทรัพย์เตมีย จำกัด กับพวก · จำเลย - นายชัยรัตน์ จันทะพรม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ทวิช กำเนิดเพ็ชร์ · ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ · ชลอ ทองแย้ม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่งธนบุรี - นายไตรรงค์ พูลโพธิ์ทอง · ศาลอุทธรณ์ - นายสุพรรณ มากแสง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา