คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2433/2540
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การรอนสิทธิในภาระจำยอมโดยบริวารของผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ ทำให้ผู้ทรงภาระจำยอมมีอำนาจฟ้องผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ได้
* การจดทะเบียนภาระจำยอมย่อมสมบูรณ์ แม้จะมีสิทธิการเช่าที่ดินนั้นอยู่ก่อนแล้วก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ภาระจำยอมของโจทก์ถูกรอนสิทธิโดยผู้เช่าซึ่งเป็นบริวารของจำเลย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยได้
เจ้าของที่ดินผู้ทรงกรรมสิทธิ์ในที่ดินมีอำนาจจัดการที่ดินของตนได้หากการจัดการนั้นทำให้เกิดการผิดสัญญาเช่าที่ทำไว้กับผู้เช่า ผู้เช่าก็ชอบที่จะฟ้องร้องเรียกให้ปฏิบัติตามสัญญา หากปฏัติไม่ได้ก็ต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เช่า
โจทก์จดทะเบียนภาระจำยอมกัเจ้าของที่ดินตามสิทธิที่เจ้าของที่ดินมีอยู่ แม้ ย.จะทรงสิทธิการเช่าอยู่ก่อน ก็ไม่ทำให้สิทธิที่โจทก์ได้มาเสียไปหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่
โจทก์ฟ้องคดีก่อนครบกำหนด 10 ปี นับแต่วันที่โจทก์จดทะเบียนการได้มาซึ่งภาระจำยอม และเหตุที่โจทก์ไม่สามารถใช้สิทธิได้เต็มตามภาระจำยอมที่ได้จดทะเบียนไว้ก็เป็นเพราะผู้เช่าและผู้เช่าช่วงซึ่งเป็นบริวารของจำเลยได้กระทำการรอนสิทธิโจทก์ มิใช่เป็นเพราะโจทก์ไม่ประสงค์จะใช้สิทธิเต็มตามภาระจำยอม ภาระจำยอมของโจทก์จึงหาได้สิ้นไปไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร · จำเลย - บริษัทร่วมพัฒนาอุตสาหกิจ จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปราโมทย์ ชพานนท์ · เหล็ก ไทรวิจิตร · สกนธ์ กฤติยาวงศ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายเลิศลภ กิตติถนอม · ศาลอุทธรณ์ - นายธานินทร์ อัมพรกลิ่นแก้ว |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา