⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2923/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2923/2540

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลหนึ่งรับเอกสารที่ถูกแย่งชิงไปจากอีกบุคคลหนึ่งมาเก็บรักษาไว้ โดยมิได้มีส่วนรู้เห็นหรือร่วมกระทำการแย่งชิงนั้น ไม่ถือว่าเป็นการร่วมกระทำความผิดด้วย

ย่อคำพิพากษา

พฤติการณ์ที่จำเลยที่ 1 ดึงใบสมัครงานทั้งสองฉบับไปจากมือของผู้เสียหายเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นในทันทีทันใดโดยจำเลยที่ 1 กระทำลงไปตามลำพัง จำเลยที่ 2มิได้สมคบร่วมรู้เห็นมาก่อน ดังนั้น แม้จำเลยที่ 2 จะเห็นการโต้ตอบระหว่างผู้เสียหายกับจำเลยที่ 1 และเห็นจำเลยที่ 1 แย่งเอกสารจากผู้เสียหายซึ่งเป็นเอกสารสำคัญ โดยมีพนักงานของจำเลยที่ 1 ประมาณ 20 คน ยืนล้อมผู้เสียหายอยู่และจำเลยที่ 2 ยอมรับเอกสารดังกล่าวมาเก็บรักษาไว้ก็ตาม ก็ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 ร่วมมือกับจำเลยที่ 1 โดยยอมรับผลของการกระทำของจำเลยที่ 1 เพราะจำเลยที่ 2 มิได้มีการกระทำการใด ๆ ที่ส่อแสดงว่ามีการยอมรับการกระทำของจำเลยที่ 1 หรือร่วมกับจำเลยที่ 1 กระทำต่อผู้เสียหาย ทั้งจำเลยที่ 2 ก็มิได้มีหน้าที่จักต้องกระทำเพื่อป้องกันผลร้ายจากการกระทำของจำเลยที่ 1 ด้วย ฉะนั้น การที่จำเลยที่ 2 เพียงแต่รับเอกสารจากจำเลยที่ 1 ผู้เป็นนายจ้างมาเก็บรักษาไว้ ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.188

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,188 และคืนเอกสารสำเนา (คู่ฉบับ) ใบสมัครงาน 2 แผ่น แก่เจ้าของ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188, 83 จำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน และปรับคนละ10,000 บาท จำเลยทั้งสองได้ชดใช้เงินจำนวน 7,000 บาท คืนแก่ผู้เสียหาย อันเป็นการบรรเทาความเสียหายแก่ผู้เสียหาย และไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองเคยต้องโทษมาก่อนโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 คืนเอกสารใบสมัครงาน 2 แผ่น แก่เจ้าของ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า จำเลยที่ 2 ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 หรือไม่ โจทก์มีนางสาวดวงกมล หลงแก้ว ผู้เสียหายและนายพรเทพ อนันทะสะ มาเบิกความเป็นพยานได้ความเพียงว่า วันเกิดเหตุผู้เสียหายและนายพรเทพไปพบจำเลยทั้งสองที่สำนักงานจัดหางานเซ็งเงี๊ยบบริการ โดยผู้เสียหายบอกจำเลยที่ 1 ว่าจะมาขอรับเงินค่าธรรมเนียมคืน จำเลยที่ 1 พูดว่าเหตุใดผู้เสียหายจึงต้องไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจด้วย ผู้เสียหายว่าไม่ได้ไปแจ้งความเพียงแต่ไปขอให้เจ้าพนักงานตำรวจช่วยทวงเงินให้ผู้เสียหายเท่านั้น จำเลยที่ 1 จึงขอดูใบสมัครงานตามเอกสารหมาย จ.1 และ จ.2 ผู้เสียหายก็นำใบสมัครงานดังกล่าวให้จำเลยที่ 1 ดู ทันใดนั้นจำเลยที่ 1 ดึงใบสมัครงานทั้งสองฉบับไปจากมือของผู้เสียหาย แล้วจำเลยที่ 1 นำใบสมัครงานนั้นให้จำเลยที่ 2 เก็บรักษาไว้และพูดขู่ว่า "ไม่คืนหรอก ไม่ให้ เงินก็ไม่ให้ มีปัญหาอะไรมั้ย" ขณะที่จำเลยที่ 1 พูดขู่ พนักงานของจำเลยที่ 1 ประมาณ 20 คน ได้มายืนล้อมผู้เสียหายและนายพรเทพไว้ เมื่อเห็นเช่นนั้นผู้เสียหายและนายพรเทพจึงเดินทางออกจากสำนักงานจัดหางานดังกล่าวแล้วไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลปทุมวันให้ดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสอง เห็นว่า ตามพฤติการณ์ดังกล่าวที่จำเลยที่ 1 ดึงใบสมัครงานทั้งสองฉบับไปจากมือของผู้เสียหายนั้น เป็นการกระทำที่เกิดขึ้นในทันทีทันใดนั้นเอง โดยจำเลยที่ 1 กระทำลงไปตามลำพัง จำเลยที่ 2 มิได้สมคบร่วมรู้เห็นมาก่อน ดังนั้นแม้จำเลยที่ 2 จะเห็นการโต้ตอบระหว่างผู้เสียหายกับจำเลยที่ 1 และเห็นจำเลยที่ 1 แย่งเอกสารจากผู้เสียหายซึ่งเป็นเอกสารสำคัญ โดยมีพนักงานของจำเลยที่ 1 ประมาณ 20คน ยืนล้อมผู้เสียหายอยู่และจำเลยที่ 2 ยอมรับเอกสารดังกล่าวมาเก็บรักษาไว้ก็ตามก็ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 ร่วมมือกับจำเลยที่ 1 โดยยอมรับผลของการกระทำของจำเลยที่ 1 ตามที่โจทก์ฎีกา เพราะจำเลยที่ 2 มิได้มีการกระทำใด ๆ ที่ส่อแสดงว่ามีการยอมรับการกระทำของจำเลยที่ 1 หรือร่วมกับจำเลยที่ 1 กระทำต่อผู้เสียหาย ทั้งจำเลยที่ 2 ก็มิได้มีหน้าที่จักต้องกระทำเพื่อป้องกันผลร้ายจากการกระทำของจำเลยที่ 1 ด้วย ฉะนั้น การที่จำเลยที่ 2 เพียงแต่รับเอกสารจากจำเลยที่ 1 ผู้เป็นนายจ้างมาเก็บรักษาไว้ กรณียังถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2923/2540 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นาย เซ็งเงี๊ยบ แซ่ล้อ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นาย เซ็งเงี๊ยบ แซ่ล้อ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปราโมทย์ ชพานนท์ · เหล็ก ไทรวิจิตร · สกนธ์ กฤติยาวงศ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2532ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 593/2510ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 619/2513ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 3578/2531ฎีกา 1893/2538ฎีกา 5487/2548ฎีกา 3595/2532ฎีกา 2936/2543ฎีกา 1315/2513ฎีกา 3380/2531ฎีกา 1/2567ฎีกา 5957/2530ฎีกา 643/2531ฎีกา 215/2556ฎีกา 4547/2530ฎีกา 2491-2493/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ