⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3892/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3892/2540

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ภาพถ่ายเป็นพยานวัตถุที่ศาลจะรับฟังประกอบการวินิจฉัยข้อเท็จจริงได้ โดยไม่ต้องอยู่ภายใต้บังคับของบทบัญญัติเรื่องพยานหลักฐานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 90

ย่อคำพิพากษา

ภาพถ่ายบริเวณที่เกิดเหตุเป็นพยานวัตถุไม่อยู่ในบังคับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 90 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 89 ไม่ใช้บังคับแก่กรณีที่จำเลยอ้างส่งพยานหลักฐานเพื่อการนำสืบตามประเด็นข้อต่อสู้ในคำให้การของจำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.89 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.90

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เดิมโจทก์เป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่ดินไม่มีหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 21 ไร่ 3 งาน 75 ตารางวา โดยครอบครองทำกินในที่ดินร่วมกับบิดาโจทก์ ต่อมาบิดาโจทก์ถึงแก่ความตาย ก่อนตายบิดาโจทก์ได้ยกที่ดินดังกล่าวให้โจทก์ครอบครองทำกินโดยปลูกอ้อยและทำนาตลอดมา เมื่อเดือนเมษายน 2534 จำเลยและบริวารบุกรุกเข้าไปไถที่ดินปลูกสวนป่าในที่ดินของโจทก์ทางด้านทิศตะวันออกเนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ 3 งาน 15 ตารางวา โดยไม่มีอำนาจตามกฎหมายอันเป็นการรบกวนสิทธิครอบครองของโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายเดือนละไม่ต่ำกว่า 4,000 บาท ขอให้พิพากษาขับไล่จำเลยให้ขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินของโจทก์และส่งมอบที่ดินแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องในที่ดินของโจทก์อีกต่อไปกับให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ในอัตราเดือนละ 4,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์และส่งมอบที่ดินแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย จำเลยให้การว่า ที่พิพาทเป็นที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ โจทก์มิใช่ผู้ครอบครองหรือเข้าทำประโยชน์ในที่ดินบุคคลผู้มีชื่อได้ซื้อที่ดินดังกล่าวและรับโอนจากพี่น้องของโจทก์แล้ว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยเป็นนิติบุคคลไม่สามารถเข้าครอบครองกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวได้ และจำเลยไม่เคยจ้างวานใช้หรือกระทำการอย่างใดให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดเข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินตามฟ้องโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุอันควรอุทธรณ์ได้ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาวินิจฉัยเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายข้อแรกว่า พยานหลักฐานหมาย ล.1 ถึง ล.12 ซึ่งจำเลยมิได้ส่งสำเนาแก่โจทก์ก่อนวันสืบพยานโจทก์ซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อน 3 วัน และมิได้นำมาซักค้านพยานโจทก์นั้นรับฟังได้หรือไม่ เห็นว่าพยานหลักฐานหมาย ล.8, ล.9 เป็นภาพถ่ายบริเวณที่เกิดเหตุ จึงเป็นพยานวัตถุไม่อยู่ในบังคับของบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 90(เดิม) ส่วนพยานเอกสารหมาย ล.1 ถึง ล.7 และ ล.10 ถึง ล.12 เป็นพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดี แม้จะปรากฏว่าจำเลยมิได้ส่งสำเนาแก่โจทก์ก่อนวันสืบพยานโจทก์ 3 วันก็ตามแต่เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมศาลก็ชอบที่จะรับฟังพยานหลักฐานของจำเลยดังกล่าวได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87(2)ส่วนการที่จำเลยมิได้นำพยานหลักฐานดังกล่าวมาซักค้านพยานโจทก์ไว้นั้น เห็นว่า จำเลยอ้างส่งพยานหลักฐานหมาย ล.1 ถึง ล.12 เพื่อการนำสืบตามประเด็นข้อต่อสู้ในคำให้การของจำเลย จำเลยย่อมมีสิทธินำสืบได้ กรณีไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 89 แต่ประการใด ที่ศาลล่างทั้งสองรับฟังพยานหลักฐานดังกล่าวจึงชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3892/2540 นางสาว อุบล โมนะ โจทก์ บริษัท สวนกิตติ จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาว อุบล โมนะ · จำเลย - บริษัท สวนกิตติ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเทพ ศิริพากย์ · ไพโรจน์ คำอ่อน · ชวลิต ศรีสง่า
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 45/2495ฎีกา 219/2538ฎีกา 686/2546ฎีกา 1913/2520ฎีกา 3041/2522ฎีกา 7812/2547ฎีกา 1197/2530ฎีกา 2732/2534ฎีกา 2500/2548ฎีกา 4052/2567ฎีกา 1251/2520ฎีกา 899/2487ฎีกา 149/2526ฎีกา 269/2520ฎีกา 4537/2536ฎีกา 254/2520ฎีกา 2572/2541ฎีกา 3055/2526ฎีกา 3493/2535ฎีกา 7937/2538ฎีกา 1201/2541ฎีกา 8358/2538ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 2311-2314/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา