คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4462/2540
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโอนอสังหาริมทรัพย์ที่กระทำโดยไม่สุจริตและประสงค์จะเอาเปรียบผู้อื่น ย่อมไม่เป็นที่คุ้มครองตามกฎหมาย และผู้เสียหายย่อมมีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนการโอนนั้นได้
ย่อคำพิพากษา
คำฟ้องโจทก์ยืนยันว่า ว.ดำเนินการจำนองแทนโจทก์โอนใส่ชื่อ ว.ในที่ดินพิพาทโดยไม่มีเจตนาจะผูกพันตามสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทกันจริงที่ดินพิพาทจึงยังเป็นของโจทก์ การที่จำเลยที่ 1 ได้ให้ ว.ลงลายมือชื่อในเอกสารแล้วจำเลยที่ 1 สมคบกับจำเลยที่ 2 ซึ่งทราบดีว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ แล้วจำเลยที่ 1 ได้จัดการโอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 2 ได้จำนองที่ดินพิพาทกับจำเลยที่ 3 โดยจำเลยทั้งสามทราบดีว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์จึงเป็นการโต้แย้งสิทธิโจทก์แล้ว โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนการโอนระหว่าง ว.กับจำเลยที่ 2 และการจำนองระหว่างจำเลยที่ 2 กับที่ 3 ได้โดยไม่จำต้องฟ้องให้เพิกถอนการโอนระหว่างโจทก์กับว.เข้ามาในคดีนี้ เพราะว.ไม่ได้โต้แย้งสิทธิโจทก์ด้วย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายนิคม สายสุวรรณ · จำเลย - นายสุรพงษ์ แสงทักษิณ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สถิตย์ ไพเราะ · พรชัย สมรรถเวช · สมคิด ไตรโสรัส |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายวรนันท์ ประถมปัทมะ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายทองหล่อ โฉมงาม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา