⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4522/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4522/2540

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาประนีประนอมยอมความระงับหนี้เดิม และทำให้สิทธิเรียกร้องตามหนี้เดิมสิ้นผลไป โจทก์มีสิทธิเรียกร้องตามสัญญาประนีประนอมยอมความเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

ในคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องจำเลยให้จำเลยใช้เงินตามเช็คโจทก์ร่วมและจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันมีผลทำให้สิทธิของโจทก์ร่วมที่จะเรียกให้จำเลยใช้เงินในมูลหนี้ตามเช็คเป็นอันระงับสิ้นไป ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 852 โจทก์ร่วมคงมีสิทธิเรียกให้จำเลยชำระหนี้แก่ตนตามสัญญาประนีประนอมยอมความเท่านั้น ไม่ว่าจำเลยจะชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นให้โจทก์ร่วมหรือไม่ก็ตามโจทก์ร่วมหามีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยรับผิดในมูลหนี้เช็คอีกไม่ ดังนั้น หนี้ที่จำเลยออกเช็คตามฟ้องทั้งสองสำนวนเพื่อใช้เงินนั้นได้สิ้นผลผูกพันไปก่อนศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว คดีจึงเป็นอันเลิกกันตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534มาตรา 7 ไม่ว่าจำเลยจะให้การรับสารภาพหรือไม่ก็ตามสิทธิของโจทก์และโจทก์ร่วมในการนำคดีมาฟ้องย่อมระงับไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39ศาลต้องจำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.852 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.7

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นรวมพิจารณาพิพากษา โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องว่า จำเลยออกเช็คโดยมีเจตนามิให้มีการใช้เงินตามเช็ค ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 และนับโทษจำเลยต่อจากคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2283/2537 ของศาลชั้นต้น ระหว่างพิจารณาห้างหุ้นส่วนจำกัดโคราชเทเลคอมเซลส์แอนด์เซอร์วิส ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอร่วมเป็นโจทก์ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์และโจทก์ร่วมขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 จำคุกสำนวนละ 12 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุกสำนวนละ 6 เดือน รวมจำคุก 12 เดือน ให้นับโทษต่อจากคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2283/2537 ของศาลชั้นต้น จำเลยอุทธรณ์ทั้งสองสำนวน ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาว่า สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์และโจทก์ร่วมได้ระงับไปแล้ว จึงให้จำหน่ายคดีทั้งสองสำนวนออกเสียจากสารบบความ โจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่ามูลหนี้ตามเช็คตามฟ้องทั้งสองสำนวนนี้โจทก์ร่วมได้นำไปฟ้องจำเลยให้ชดใช้เงินตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1584/2537 ของศาลจังหวัดนครราชสีมา ในที่สุดโจทก์ร่วมและจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยจำเลยยอมชำระเงินแก่โจทก์ร่วมตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นลงวันที่ 28 ตุลาคม 2537 ต่อมาจำเลยได้ชำระหนี้แก่โจทก์ร่วมแล้วบางส่วน ตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นลงวันที่ 20 ธันวาคม 2537 ที่โจทก์ร่วมฎีกาว่าคดียังไม่เลิกกันเพราะจำเลยยังไม่ชำระหนี้ให้โจทก์ร่วมตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ในคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดนครราชสีมาเรียกให้จำเลยใช้เงินตามเช็คตามฟ้องทั้งสองสำนวนโจทก์ร่วมและจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน ผลของการทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันดังกล่าว ย่อมทำให้สิทธิของโจทก์ร่วมที่จะเรียกให้จำเลยใช้เงินในมูลหนี้ตามเช็คตามฟ้องทั้งสองสำนวนนั้นเป็นอันระงับสิ้นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 852 โจทก์ร่วมคงมีสิทธิเรียกให้จำเลยชำระหนี้แก่ตนตามสัญญาประนีประนอมยอมความเท่านั้นไม่ว่าจำเลยจะชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นให้โจทก์ร่วมหรือไม่ก็ตาม โจทก์ร่วมหามีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยรับผิดในมูลหนี้เช็คตามฟ้องทั้งสองสำนวนนั้นอีกไม่ ดังนั้น หนี้ที่จำเลยออกเช็คตามฟ้องทั้งสองสำนวนเพื่อใช้เงินนั้นได้สิ้นผลผูกพันไปก่อนศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว คดีจึงเป็นอันเลิกกันตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 7 ไม่ว่าจำเลยจะให้การรับสารภาพหรือไม่ก็ตาม สิทธิของโจทก์และโจทก์ร่วมในการนำคดีมาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39 จึงต้องจำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1พิพากษา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ร่วมฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4522/2540 พนักงานอัยการ ประจำศาล แขวง นครราชสีมา โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด โค ราชเทเลคอมเซลส์แอนด์เซอร์วิส โจทก์ นาย สม ชัย สุจริต จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาล แขวง นครราชสีมา · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัด โค ราชเทเลคอมเซลส์แอนด์เซอร์วิส · จำเลย - นาย สม ชัย สุจริต
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพฑูรย์ แสงจันทร์เทศ · ธวัชชัย พิทักษ์พล · อัครวิทย์ สุมาวงศ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1656/2512ฎีกา 19406/2555ฎีกา 8080/2538ฎีกา 1124/2496ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2460/2517ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1499/2531ฎีกา 801/2503ฎีกา 70/2489ฎีกา 9076/2558ฎีกา 953/2505ฎีกา 2379/2565ฎีกา 7631/2552ฎีกา 4541/2550ฎีกา 174/2538ฎีกา 380/2530ฎีกา 178/2494ฎีกา 8404/2540ฎีกา 718/2550ฎีกา 2927/2540ฎีกา 2198/2514ฎีกา 214/2494ฎีกา 169/2490
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ