⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5280/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5280/2540

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐานกระทำให้เกิดเพลิงไหม้โดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย แม้โจทก์จะฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานเจตนาทำให้เกิดเพลิงไหม้ ถือว่าเป็นการลงโทษตามข้อเท็จจริงที่ได้ความโดยไม่ถือว่าต่างกันในสาระสำคัญตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสาม

ย่อคำพิพากษา

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำความผิดฐานกระทำให้เกิดเพลิงไหม้โดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 225ที่จำเลยฎีกาเพียงว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง เป็นฎีกาที่ไม่ได้โต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ชัดแจ้งว่าจำเลยไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อย่างไร ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย คำฟ้องโจทก์บรรยายว่า จำเลยมีเจตนาจุดไฟเผากิ่งมะนาวแห้งในสวนมะนาวของบิดาจำเลย จนเป็นเหตุให้เกิดเพลิงลุกลามไหม้โรงเรือนซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของผู้เสียหายซึ่งเป็นโจทก์ร่วมทั้งสอง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 220 จำเลยให้การปฏิเสธ และนำสืบต่อสู้ทำนองว่า เหตุที่เกิดเพลิงไหม้โรงเรือนที่อยู่อาศัยของโจทก์ร่วมทั้งสองมิใช่การกระทำของจำเลย เมื่อศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง และศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยกระทำความผิดฐานกระทำให้เกิดเพลิงไหม้โรงเรือนที่อยู่อาศัยของผู้เสียหาย แต่เป็นการกระทำโดยประมาท จึงลงโทษจำเลยในความผิดฐานกระทำให้เกิดเพลิงไหม้โดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 225 ดังนี้ เป็นกรณีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสามซึ่งกฎหมายบัญญัติให้ลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ได้ความนั้นได้ โดยมิให้ถือว่าต่างกันในสาระสำคัญ ทั้งมิให้ถือว่าข้อที่พิจารณาได้ความนั้นเป็นเรื่องเกินคำขอหรือเป็นเรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษแล้ว ไม่เข้ากรณีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสี่จำเลยจึงไม่อาจอ้างได้ว่าโจทก์มิได้ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานกระทำให้เกิดเพลิงไหม้โดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.193 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.220 ประมวลกฎหมายอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.290

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจุดไฟเผากิ่งมะนาวแห้งเป็นเหตุให้เกิดเพลิงลุกลามไหม้โรงเรือนที่อยู่อาศัยและทรัพย์สินของนายสุรัตน์ เหลืองขมิ้น ผู้เสียหาย ได้รับความเสียหายเป็นเงินรวม 500,000 บาท ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 220 จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณานายสุรัตน์ เหลืองขมิ้น และนางบัวลอยเหลืองขมิ้น ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 220 วรรคสอง ให้จำคุก 6 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 225 ให้จำคุกจำเลยไว้ 2 ปี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3พิพากษาหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า พยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสองฟังไม่ได้ว่า การที่จำเลยจุดไฟเผากิ่งมะนาวในที่ดินของบิดา จำเลยมีลักษณะที่เห็นได้ว่าน่าจะเป็นอันตรายแก่ทรัพย์สินของผู้อื่น พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำความผิดฐานกระทำให้เกิดเพลิงไหม้โดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 225 ดังนั้น ที่จำเลยฎีกาว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้องจึงเป็นฎีกาที่ไม่ได้โต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 เป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้งว่าจำเลยไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3อย่างไร ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ปัญหาต่อไปที่จำเลยฎีกาว่า การกระทำของจำเลยหากเป็นความผิดก็เพียงแต่กระทำให้เกิดเพลิงไหม้โดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย ซึ่งโจทก์มิได้ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยในความผิดดังกล่าวนั้น เห็นว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสอง บัญญัติว่า "ถ้าศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้องให้ศาลยกฟ้องคดีนั้น เว้นแต่ข้อแตกต่างนั้นมิใช่ข้อสาระสำคัญและทั้งจำเลยมิได้หลงต่อสู้ศาลจะลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ได้ความนั้นก็ได้" วรรคสามบัญญัติว่า "ในกรณีที่ข้อแตกต่างนั้นเป็นเพียงรายละเอียด เช่นเกี่ยวกับเวลาหรือสถานที่กระทำความผิดหรือต่างกันระหว่างการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ฉ้อโกงโกงเจ้าหนี้ ยักยอก รับของโจร และทำให้เสียทรัพย์ หรือต่างกันระหว่างการกระทำผิดโดยเจตนากับประมาท มิให้ถือว่าต่างกันในข้อสาระสำคัญ ทั้งมิให้ถือว่าข้อที่พิจารณาได้ความนั้นเป็นเรื่องเกินคำขอหรือเป็นเรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษเว้นแต่จะปรากฏแก่ศาลว่าการที่ฟ้องผิดไปเป็นเหตุให้จำเลยหลงข้อต่อสู้"และวรรคสี่ บัญญัติว่า "ถ้าศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงบางข้อดังกล่าวในฟ้อง และตามที่ปรากฏในทางพิจารณาไม่ใช่เรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษ ห้ามมิให้ศาลลงโทษจำเลยในข้อเท็จจริงนั้น ๆ"เมื่อพิเคราะห์คำฟ้องโจทก์ที่ขอให้ลงโทษจำเลยเป็นกรณีที่โจทก์บรรยายว่า จำเลยมีเจตนาจุดไฟเผากิ่งมะนาวแห้งในสวนมะนาวของบิดาจำเลยจนเป็นเหตุให้เกิดเพลิงลุกไหม้โรงเรือนซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของผู้เสียหาย (หรือโจทก์ร่วมทั้งสอง) ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 220 จำเลยให้การปฏิเสธ และนำสืบต่อสู้ทำนองว่า เหตุที่เกิดเพลิงไหม้โรงเรือนที่อยู่อาศัยของโจทก์ร่วมทั้งสอง มิใช่การกระทำของจำเลย เมื่อศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง และศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่าจำเลยกระทำความผิดฐานกระทำให้เกิดเพลิงไหม้โรงเรือนที่อยู่อาศัยของผู้เสียหาย แต่เป็นการกระทำโดยประมาท จึงลงโทษจำเลยในความผิดฐานกระทำให้เกิดเพลิงไหม้โดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 225 ดังนี้ เป็นกรณีที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในการกระทำความผิดโดยเจตนาและเป็นเหตุให้โรงเรือนที่อยู่อาศัยของผู้อื่นเสียหาย การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่าเป็นการกระทำโดยประมาท เข้ากรณีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสามซึ่งกฎหมายบัญญัติให้ลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ได้ความนั้นได้โดยมิให้ถือว่าต่างกันในสาระสำคัญ ทั้งมิให้ถือว่าข้อที่พิจารณาได้ความนั้นเป็นเรื่องเกินคำขอหรือเป็นเรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษ เมื่อมีกฎหมายบัญญัติไว้ชัดแจ้งเช่นนี้แล้วจึงไม่เข้ากรณีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192วรรคสี่ จำเลยไม่อาจอ้างได้ว่าโจทก์มิได้ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานกระทำให้เกิดเพลิงไหม้โดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3พิพากษามานั้นชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5280/2540 พนักงานอัยการ จังหวัด สมุทรสาคร โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นาง บัว ลอย เหลือง ขมิ้น กับพวก โจทก์ นาย รุ่ง ร้อยอำ แพง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด สมุทรสาคร · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาง บัว ลอย เหลือง ขมิ้น กับพวก · จำเลย - นาย รุ่ง ร้อยอำ แพง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธวัชชัย พิทักษ์พล · อัครวิทย์ สุมาวงศ์ · ไพฑูรย์ แสงจันทร์เทศ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 11411/2554ฎีกา 9243/2554ฎีกา 5455/2553ฎีกา 7096/2549ฎีกา 6793/2557ฎีกา 913/2513ฎีกา 1413/2493ฎีกา 2885/2537ฎีกา 47/2482ฎีกา 1241/2495ฎีกา 7293/2539ฎีกา 8946/2542ฎีกา 3118/2559ฎีกา 484/2488ฎีกา 4024/2534ฎีกา 145/2539ฎีกา 1276/2481ฎีกา 124/2532ฎีกา 222/2557ฎีกา 165/2523ฎีกา 2067/2514ฎีกา 2743/2543ฎีกา 3382/2534ฎีกา 387/2489
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา