คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5588/2540
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การข่มขู่ที่ทำให้ผู้ถูกข่มขู่กลัวว่าจะเกิดอันตรายแก่เสรีภาพของตนเองจนต้องยอมรับภาระหนี้ ถือเป็นภัยอันใกล้จะถึงและร้ายแรง การแสดงเจตนาโดยถูกข่มขู่เช่นนี้เป็นโมฆียะ เมื่อบอกล้างแล้วย่อมเป็นโมฆะมาตั้งแต่ต้น
ย่อคำพิพากษา
โจทก์มิได้สมัครใจซื้อรถบรรทุก 10 ล้อ คันเกิดเหตุจากจำเลยจำเลยมิได้เป็นเจ้าของรถคันดังกล่าวแล้วแต่กลับกล่าวหาว่าโจทก์ถอดเอาอุปกรณ์ของรถคันดังกล่าวไปขายอันเป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์ แล้วบังคับให้โจทก์ซื้อรถคันดังกล่าวในราคา 55,000 บาท หากไม่ซื้อก็จะดำเนินคดีแก่โจทก์ในข้อหายักยอกทรัพย์ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการข่มขู่โจทก์จนโจทก์จำต้องยอมลงลายมือชื่อในบันทึกการชำระหนี้พิพาท และยอมมอบเช็คจำนวนเงิน 55,000 บาท ให้แก่จำเลยการกระทำของจำเลยดังกล่าวมาถือไม่ได้ว่าเป็นการใช้สิทธิตามปกตินิยม แต่ถือได้ว่าเป็นภัยถึงขนาดที่จะจูงใจให้โจทก์มีมูลต้องกลัวว่าจะเกิดอันตรายแก่เสรีภาพของโจทก์เป็นภัยอันใกล้จะถึงและร้ายแรงเท่ากับที่จะพึงกลัวต่อการอันถูกจำเลยข่มขู่เอานั้นบันทึกการชำระหนี้ดังกล่าวจึงเป็นโมฆียะ เมื่อโจทก์ได้บอกล้างแล้ว บันทึกการชำระหนี้ดังกล่าวจึงเป็นโมฆะเสียเปล่ามาตั้งแต่ต้น โจทก์ไม่จำต้องรับผิดตามบันทึกการชำระหนี้ดังกล่าวนั้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายไพบูลย์ กิตติวรานุกูล กับพวก · จำเลย - นายสมนึก ลามอ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปราโมทย์ ชพานนท์ · เหล็ก ไทรวิจิตร · สกนธ์ กฤติยาวงศ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายธวัชชัย สุรักขกะ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายสุวัตร์ สุขเกษม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา