คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6095/2540
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ที่เป็นทรัพย์สินจำนวนมาก และมีพฤติการณ์แห่งการกระทำที่ร้ายแรง ไม่ใช่เหตุที่จะรอการลงโทษจำคุกได้ แม้จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน ผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความ และจำเลยมีภาระต้องดูแลครอบครัว
ย่อคำพิพากษา
แม้จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน และเพิ่งกระทำความผิดคดีนี้เป็นคดีแรกทั้งผู้เสียหายได้รับของกลางคืนหมดแล้วไม่ติดใจเอาความกับจำเลย แต่แผ่นเหล็กจำนวน6,500 แผ่น ราคา 75,000 บาท ของนายจ้างจำเลยเป็นทรัพย์จำนวนมาก การลักทรัพย์ต้องใช้รถยนต์บรรทุกขน ต้องร่วมกระทำความผิดมากกว่า 1 คน พฤติการณ์แห่งการกระทำของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรง แม้จำเลยจะมีภาระต้องดูแลครอบครัวตามที่จำเลยอ้าง ก็ไม่ใช่เหตุปรานีที่จะรอการลงโทษแก่จำเลย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335, 336 ทวิ, 83
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(1)(7)(11) วรรคสาม, 336 ทวิ, 83 จำคุก 4 ปี และปรับ 8,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก2 ปี และปรับ 4,000 บาท พิเคราะห์รายงานการสืบเสาะแล้วไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยกระทำผิดมาก่อน จำเลยได้บรรเทาผลร้ายโดยชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายจนเป็นที่พอใจแล้ว ผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความทั้งทางแพ่งและทางอาญา ทั้งจำเลยมีภาระต้องเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์และมารดาซึ่งชราภาพ ประกอบกับประวัติของจำเลยไม่ปรากฏว่ามีข้อเสียหายร้ายแรง จึงสมควรให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30
โจทก์อุทธรณ์ขอไม่ให้รอการลงโทษ
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษและไม่ปรับ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาขอให้ศาลฎีการอการลงโทษจำคุกจำเลยนั้นเห็นว่า แม้จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน จำเลยเพิ่งกระทำความผิดคดีนี้เป็นคดีแรกทั้งผู้เสียหายได้รับของกลางคืนหมดแล้วและไม่ติดใจเอาความกับจำเลยก็ตาม แต่แผ่นเหล็กจำนวน 6,500 แผ่น ราคา 75,000 บาท ของนายจ้างจำเลย เป็นทรัพย์จำนวนมากการลักต้องใช้รถยนต์บรรทุกขน ต้องร่วมกระทำความผิดมากกว่า 1 คน พฤติการณ์แห่งการกระทำของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรง แม้จำเลยจะมีภาระต้องดูแลครอบครัวตามที่จำเลยอ้าง ก็ไม่ใช่เหตุปราณีโทษแก่จำเลย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่รอการลงโทษจำคุกจำเลยชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6095/2540
พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ โจทก์
นาย สมบัติ แสงชัน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ · จำเลย - นาย สมบัติ แสงชัน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปราโมทย์ ชพานนท์ · เหล็ก ไทรวิจิตร · สกนธ์ กฤติยาวงศ์ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ