คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6118/2540
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* เมื่อโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลย แม้จำเลยจะอุทธรณ์ฝ่ายเดียว ศาลฎีกาสามารถลงโทษจำเลยในความผิดฐานรับของโจรได้ หากข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิดฐานดังกล่าว แม้ศาลชั้นต้นจะพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐานลักทรัพย์ก็ตาม
* ศาลฎีกาจะลงโทษจำเลยเกินกว่าที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้ไม่ได้ แม้โจทก์จะฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยกระทำผิดฐานรับของโจรก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ จำเลยอุทธรณ์ฝ่ายเดียว ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง แม้ว่าโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ แต่เมื่อในทางพิจารณารับฟังได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานรับของโจรแล้วศาลฎีกาก็ลงโทษจำเลยฐานรับของโจรได้ ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 192 วรรคสาม
แม้ศาลชั้นต้นกำหนดโทษจำคุกจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษกับคดีนี้ต่ำกว่าอัตราโทษที่กฎหมายกำหนดไว้ จำเลยอุทธรณ์ฝ่ายเดียวโดยโจทก์มิได้อุทธรณ์ก็ตาม การที่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยกระทำผิดฐานรับของโจร ดังนี้ ศาลฎีกาจะเพิ่มเติมโทษจำเลยเกินกว่าที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้ดังกล่าวไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายศักดิ์สิทธิ์หรือรุ่ง วีสี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อธิราช มณีภาค · สมปอง เสนเนียม · จารุณี ตันตยาคม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง - นางสาวประภาพรรณ อุดมจรรยา · ศาลอุทธรณ์ - นายวสันต์ ตรีสุวรรณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา