คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7772/2540
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อทรัพย์สินมีชื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ย่อมได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานว่าเป็นเจ้าของเพียงผู้เดียว หากมีบุคคลอื่นอ้างว่าเป็นเจ้าของร่วม บุคคลผู้อ้างนั้นมีหน้าที่นำสืบพิสูจน์ให้เห็นตามข้อกล่าวอ้างนั้น.
ผู้รับจำนองที่ดินซึ่งเป็นสินสมรสโดยไม่ทราบว่าคู่สมรสอีกฝ่ายมีส่วนเป็นเจ้าของ และผู้รับจำนองมิได้กระทำการโดยไม่สุจริต การจำนองนั้นย่อมสมบูรณ์และมีผลผูกพันทรัพย์สินทั้งหมด.
ย่อคำพิพากษา
โฉนดที่ดินพิพาทมีชื่อ ท.ภริยาจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แต่ผู้เดียว ในเบื้องต้น ท.ย่อมได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานของกฎหมายว่าเป็นเจ้าของเพียงผู้เดียว เมื่อโจทก์คัดค้านว่า ที่ดินพิพาทเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยกับ ท. โจทก์จึงต้องมีหน้าที่นำสืบให้เห็นตามข้อกล่าวอ้าง
ท.ภริยาจำเลยจดทะเบียนจำนองที่ดินโฉนดพิพาทไว้แก่ผู้ร้องโดยผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับจำนองไม่ทราบว่า จำเลยมีส่วนเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทอยู่ครึ่งหนึ่งผู้ร้องจึงมิได้ให้ ท.นำจำเลยมาให้ความยินยอมในการทำนิติกรรมจำนองที่ดินพิพาทตามระเบียบ และเมื่อโจทก์มิได้สืบพิสูจน์ให้เห็นว่า ผู้ร้องรับจำนองที่ดินพิพาทไว้โดยไม่สุจริต จึงต้องถือว่าผู้ร้องรับจำนองโดยสุจริตตาม ป.พ.พ.มาตรา 6 ดังนี้การจำนองดังกล่าวจึงสมบูรณ์และมีผลผูกพันที่ดินพิพาทซึ่งเป็นทรัพย์จำนองทั้งหมดทุกส่วน ผู้ร้องจึงมีสิทธิได้รับชำระหนี้จำนองจากที่ดินโฉนดพิพาททั้งหมดก่อนเจ้าหนี้อื่น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางคำปัน นฤพันธ์ · ผู้ร้อง - ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นายสุรพงศ์หรือสุรพงค์ สุภาวงศ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ · พิมล สมานิตย์ · กนก พรรณรักษา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดลำพูน - นายสรศักดิ์ ศรีพิชญาการ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นางสาวสมลักษณ์ จัดกระบวนพล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา