⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 959/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 959/2540

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้โดยสารนั่งห้อยเท้าอยู่ริมประตูตู้ขนสัมภาระ แม้จะทำให้เกิดอันตราย แต่ยังไม่ถือว่าเป็นการประมาทเลินเล่อจนเป็นเหตุให้ค่าเสียหายเป็นพับได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยขับรถยนต์โดยประมาทเลินเล่อข้ามทางรถไฟแล้วถูกรถไฟเฉี่ยวชนด้านหน้ารถยนต์เสียหายเล็กน้อย แต่เป็นเหตุให้โจทก์ซึ่งนั่งห้อยเท้าอยู่ริมประตูตู้ขนสัมภาระถูกรถยนต์ของจำเลยชนขาหักทั้งสองข้าง แม้ในขณะเกิดเหตุขบวนรถไฟจะมีผู้โดยสารแน่จนไม่มีที่นั่ง โจทก์กับผู้โดยสารหลายคนจึงต้องนั่งตรงริมประตูตู้ขนสัมภาระ ยังไม่ถึงกับจะรับฟังได้ว่าโจทก์ประมาทเลินเล่อซึ่งจะทำให้ค่าเสียหายเป็นพับ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.223 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.442

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2532 โจทก์โดยสารรถไฟจากสถานีเชียงรากจะเข้ากรุงเทพมหานคร ครั้นรถไฟแล่นถึงที่เกิดเหตุซึ่งถนนเชิดวุฒากาศตัดผ่านทางรถไฟสายดังกล่าวขณะนั้นเครื่องกั้นอัตโนมัติได้ปิดกั้นลงและมีสัญญาณไฟห้ามรถยนต์ผ่าน จำเลยขับรถยนต์เก๋งคันหมายเลขทะเบียน ก-0207 นครนายกไปตามถนนเชิดวุฒากาศจะข้ามทางรถไฟไปยังถนนวิภาวดีรังสิตแทนที่จำเลยจะใช้ความระมัดระวังจำเลยกลับขับรถยนต์ฝ่าเครื่องปิดกั้นและสัญญาณไฟแล่นเลยเข้าไปในทางของรถไฟด้วยความประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้รถยนต์เก๋งของจำเลยเฉี่ยวชนรถไฟ ทำให้โจทก์ได้รับอันตรายสาหัสขาหักทั้งสองข้าง ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 265,917.37 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินจำนวน 247,365 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนถึงวันชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า เป็นความผิดของโจทก์ที่ไม่นั่งในตู้โดยสารแต่กลับไปนั่งห้อยขาตรงช่องประตูตู้สินค้าเมื่อรถไฟเฉี่ยวชนรถยนต์จำเลยไปไกลประมาณ 50 เมตร แล้วจึงเบรกหยุด เป็นเหตุให้โจทก์ตกจากรถไฟได้รับบาดเจ็บขาหักทั้งสองข้างซึ่งเกิดจากความประมาทของโจทก์เอง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 203,951 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่17 พฤศจิกายน 2532 จนถึงวันชำระเสร็จ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน196,951 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2532 จนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าโจทก์ประมาทเลินเล่อไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าจำเลยหรือไม่ข้อเท็จจริงได้ความตามที่โจทก์และจำเลยนำสืบรับกันและไม่โต้แย้งกันในชั้นฎีกาว่า จำเลยขับรถยนต์เก๋งโดยประมาทเลินเล่อคือจะข้ามทางรถไฟในขณะที่มีรถไฟแล่นผ่าน และถูกรถไฟเฉี่ยวชนด้านหน้ารถยนต์เก๋งเสียหายเล็กน้อย แต่เป็นเหตุให้โจทก์ซึ่งนั่งห้อยเท้าอยู่ริมประตูตู้รถไฟถูกรถยนต์เก๋งของจำเลยชนได้รับอันตรายสาหัสถึงกับขาหักทั้งสองข้าง ในข้อที่โจทก์นั่งห้อยเท้านี้ได้ความจากคำเบิกความของนางสาวธนาวดี เฟื่องวุฒิราญ นายสาคร สุขชาวนาพนักงานขับรถไฟขบวนที่เกิดเหตุพยานโจทก์และโจทก์โดยจำเลยมิได้นำสืบให้เห็นเป็นอย่างอื่นว่า มีผู้โดยสารแน่นจนไม่มีที่นั่งโจทก์กับผู้โดยสารหลายคนจึงต้องนั่งตรงริมประตูขึ้นลงของตู้ขนสัมภาระซึ่งเป็นช่องว่างโดยไม่มีบานประตูและบันได พื้นตู้รถไฟตรงที่นั่งมีระดับสูงจากพื้นดินประมาณ 80 เซนติเมตร ขบวนรถไฟด้านนี้เฉี่ยวชนกับหน้ารถยนต์เก๋งของจำเลยและหน้ารถยนต์เก๋งของจำเลยชนกระแทกถูกหน้าแข้งของโจทก์เป็นเหตุให้โจทก์ขาหักทั้งสองข้างจนได้รับอันตรายสาหัสดังกล่าว ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์มีส่วนประมาทด้วย จึงลดค่าเสียหายโดยค่าเสียความสามารถในการประกอบการงานของโจทก์ทั้งในปัจจุบันและอนาคตเนื่องจากขาทั้งสองข้างพิการซึ่งโจทก์เรียกร้องเป็นเงิน 100,000 บาทและศาลชั้นต้นกำหนดให้เป็นเงิน 80,000 บาท นั้น ศาลอุทธรณ์เห็นควรลดลงเหลือ 73,000 บาท ส่วนค่าเสียหายรายการอื่น ๆจำเลยมิได้อุทธรณ์โต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์จึงไม่วินิจฉัย ศาลฎีกาเห็นว่าศาลอุทธรณ์ได้ใช้ดุลพินิจที่เป็นคุณแก่จำเลยตามสมควรแล้ว ข้อเท็จจริงยังไม่ถึงกับจะรับฟังได้ว่าโจทก์ประมาทเลินเล่อไม่ยิ่งหย่อนกว่าจำเลยซึ่งจะให้ค่าเสียหายเป็นพับ" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 959/2540 นาย ศุภชัย บุริสตระกูล ฯ โจทก์ นาง อัมพ วัน สวน สม ภาค จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ศุภชัย บุริสตระกูล ฯ · จำเลย - นาง อัมพ วัน สวน สม ภาค
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อรุณ น้าประเสริฐ · อุดม มั่งมีดี · อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2302/2518ฎีกา 8137/2538ฎีกา 8137-8138/2538ฎีกา 958/2535ฎีกา 449/2546ฎีกา 1207/2516ฎีกา 463/2503ฎีกา 2118/2523ฎีกา 616-617/2518ฎีกา 4982/2538ฎีกา 1141/2502ฎีกา 3373/2535ฎีกา 2738/2554ฎีกา 2343/2527ฎีกา 3912/2526ฎีกา 1265/2551ฎีกา 4466/2551ฎีกา 4443/2559ฎีกา 4011-4012/2532ฎีกา 1601/2529ฎีกา 783/2565ฎีกา 3052/2528ฎีกา 5092/2539ฎีกา 395/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา