คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 385/2541
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์จะฟ้องคดีต่อศาลได้ก็ต่อเมื่อไม่พอใจในคำวินิจฉัยของรัฐมนตรีเท่านั้น หากรัฐมนตรีได้วินิจฉัยเพิ่มเงินค่าทดแทนให้แล้วเกินกว่าที่ผู้มีสิทธิอุทธรณ์ขอเพิ่ม ผู้มีสิทธิย่อมไม่มีอำนาจฟ้องเรียกเงินค่าทดแทนเพิ่มอีก
ย่อคำพิพากษา
ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 มาตรา 26 จะนำคดีมาฟ้องต่อศาลได้ก็ต่อเมื่อไม่พอใจในคำวินิจฉัยของรัฐมนตรี แต่เมื่อปรากฏว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้วินิจฉัยเพิ่มเงินค่าทดแทนที่ดินให้แก่โจทก์แล้ว ซึ่งเป็นเงินจำนวนมากกว่าที่โจทก์อุทธรณ์ขอเพิ่ม ดังนี้จึงไม่มีข้อโต้แย้งที่โจทก์จะอ้างว่ายังไม่พอใจในคำวินิจฉัยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องเรียกเงินค่าทดแทนเพิ่ม
ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน เมื่อข้อเท็จจริงที่นำมาสู่การวินิจฉัยปัญหานี้ปรากฏจากคำฟ้องโจทก์ คำให้การจำเลย และที่โจทก์กับจำเลยนำสืบ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงในสำนวนอันเกิดจากการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยชอบ ศาลย่อมหยิบยกขึ้นมาวินิจฉัยได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางวลัย อินทรัมพรรย์ · จำเลย - การทางพิเศษแห่งประเทศไทย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุรินทร์ นาควิเชียร · อุดม มั่งมีดี · กนก พรรณรักษา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายณรงค์ ธนะปกรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายรุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา