คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6602/2541
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์คำพิพากษาที่เกี่ยวกับจำนวนดอกเบี้ยที่คำนวณได้เกินกว่าจำนวนต้นเงินที่พิพากษาไปแล้ว ถือเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามอุทธรณ์ตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองค้างชำระหนี้แก่โจทก์ นับถึงวันฟ้องคิดเป็นต้นเงิน 960,000 บาท และดอกเบี้ย 49,106.32 บาท รวมเป็นเงิน1,009,106.32 บาท โจทก์อุทธรณ์ว่า นับถึงวันฟ้องจำเลยทั้งสองค้างชำระดอกเบี้ย54,826.87 บาท เมื่อรวมกับต้นเงิน 960,000 บาท แล้ว เป็นเงินทั้งสิ้น1,014,826.87 บาท ศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 224 วรรคหนึ่ง มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ โจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่าอุทธรณ์ของโจทก์ต้องห้ามอุทธรณ์ตามบทบัญญัติดังกล่าวให้ยกคำร้อง ดังนี้ คำสั่งศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุด ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 236 วรรคหนึ่งโจทก์จึงหามีสิทธิฎีกาโต้แย้งปัญหาดังกล่าวอีกได้ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคารอาคารสงเคราะห์ · จำเลย - ร้อยตำรวจเอกกิจจา แสงชวลิต กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธรรมนูญ โชคชัยพิทักษ์ · สมชัย สายเชื้อ · วิรักษ์ เอื้ออังกูร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายอมรพจน์ กุลวิจิตร · ศาลอุทธรณ์ - นายสุเทพ เจตนาการณ์กุล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา