คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6603/2541
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยทั้งสองร่วมกับพวก เดินผ่านหน้าร้านของผู้เสียหายหลายรอบ แยกกันอยู่ด้านหน้าและด้านหลังของผู้เสียหาย แล้วลงมือก่อเหตุฉกฉวยเอาทรัพย์สินไปพร้อมกัน ถือว่าจำเลยทั้งสองมีเจตนาร่วมกันกระทำความผิดและเป็นตัวการในการกระทำความผิดนั้น
ย่อคำพิพากษา
ขณะเกิดเหตุมีคนร้ายลักเงินสดจำนวน 1,400 บาท ของผู้เสียหายไปโดยทุจริต และโดยฉกฉวยไปซึ่งหน้าผู้เสียหาย การที่จำเลยทั้งสองได้วิ่งไปพร้อมกับม.คนร้ายอีกคนหนึ่ง ในช่วงระยะเวลาที่คนร้ายได้หยิบเงินของผู้เสียหายโดยฉกฉวยไปแม้ไม่ปรากฏว่าผู้ใดเป็นคนที่หยิบเงินของผู้เสียหายไปก็ตาม แต่เมื่อจำเลยทั้งสองหรือม.คนใดคนหนึ่งเป็นผู้หยิบเงินของผู้เสียหายไป โดยก่อนการกระทำผิด จำเลยทั้งสองกับม.ได้เดินผ่านหน้าร้านของผู้เสียหายหลายรอบ แล้วแยกกันอยู่ด้านหน้าและด้านหลังของผู้เสียหาย จากนั้นจึงลงมือกระทำผิดแล้วพากันวิ่งหนีพร้อมกันไปเช่นนี้ แสดงให้เห็นชัดแจ้งว่าจำเลยทั้งสองกับ ม.มีเจตนาร่วมกันกระทำผิดมาตั้งแต่เริ่มก่อนการกระทำผิดแล้วจำเลยทั้งสองจึงเป็นตัวการในการกระทำความผิดตาม ป.อ.มาตรา 336 ประกอบมาตรา 83
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดยะลา · จำเลย - นายมะซอเร กือเดาะ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชวลิต ธรรมฤาชุ · ทวีชัย เจริญบัณฑิต · พิชัย เตโชพิทยากูล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดยะลา - นายอนุสรณ์ ศรีเมนต์ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายวิเชียร ใยยะธรรม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา