⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7471/2541

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7471/2541

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อมูลหนี้หรือสิทธิเรียกร้องของโจทก์หลายคนเกิดจากการกระทำผิดมูลหนี้หรือละเมิดของจำเลยรายเดียวกัน โจทก์เหล่านั้นย่อมมีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดี และสามารถฟ้องคดีร่วมกันได้ แม้ว่าค่าเสียหายของแต่ละคนจะแยกต่างหากจากกันได้ก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

แม้ค่าเสียหายของโจทก์ทั้งสองจะแยกต่างหากจากกันได้และค่าเสียหายในส่วนของโจทก์ที่ 2 มีทุนทรัพย์ไม่เกิน40,000 บาท ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจของศาลแขวงก็ตามแต่มูลหนี้หรือสิทธิเรียกร้องในค่าเสียหายของโจทก์ทั้งสองเกิดจากการกระทำละเมิดของจำเลยที่ 1 ในคราวเดียวกันโจทก์ทั้งสองย่อมมีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดีโจทก์ทั้งสองจึงฟ้องคดีร่วมกันได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 59

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.59

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ได้ขับรถยนต์ในทางการที่จ้างหรือคำสั่งของจำเลยที่ 2 ไปตามถนนจรัญสนิทวงศ์ ด้วยความประมาทโดยจำเลยที่ 1 ขับรถด้วยความเร็วสูงเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดชนรถยนต์ตู้ที่โจทก์ที่ 1 ขับ เป็นเหตุให้รถยนต์ตู้ได้รับความเสียหายและโจทก์ที่ 2 ซึ่งโดยสารมาด้วยได้รับบาดเจ็บ ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3ผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์คันที่จำเลยที่ 1 ขับร่วมกันชำระเงินให้แก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 95,180 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงิน 89,340 บาท และชำระเงินให้แก่โจทก์ที่ 2 จำนวน 5,600 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีในต้นเงิน 5,270 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยที่ 1 และที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 3 ให้การว่า จำเลยที่ 1 มิได้เป็นลูกจ้างหรือตัวแทนในทางการที่จ้างหรือตามคำสั่งของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3ไม่ต้องรับผิดตามสัญญาประกันภัย ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม โจทก์ที่ 2ไม่มีอำนาจฟ้องต่อศาลแพ่งเพราะทุนทรัพย์ในการฟ้องคดีของโจทก์ที่ 2 มีเพียง 5,600 บาท และเหตุที่เกิดเป็นเพราะความประมาทของคนขับรถยนต์ตู้มิได้เกิดจากความประมาทของจำเลยที่ 1 ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามชำระเงิน 60,340 บาท ให้แก่โจทก์ที่ 1 และชำระเงิน 500 บาท ให้แก่โจทก์ที่ 2 พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินแต่ละจำนวนนับแต่วันละเมิดจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 3 ข้อแรกว่า โจทก์ที่ 2 เรียกร้องค่าเสียหายมาเพียง5,600 บาท ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจของศาลแขวง ศาลแพ่งจึงไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของโจทก์ที่ 2 ได้นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าแม้ค่าเสียหายของโจทก์ทั้งสองจะแยกต่างหากจากกันได้และค่าเสียหายในส่วนของโจทก์ที่ 2 มีทุนทรัพย์ไม่เกิน 40,000 บาทซึ่งอยู่ในเขตอำนาจของศาลแขวงก็ตาม แต่มูลหนี้หรือสิทธิเรียกร้องในค่าเสียหายของโจทก์ทั้งสองเกิดจากการกระทำละเมิดของจำเลยที่ 1 ในคราวเดียวกัน โจทก์ทั้งสองย่อมมีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดี โจทก์ทั้งสองจึงฟ้องคดีร่วมกันได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 59 ศาลแพ่งจึงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของโจทก์ที่ 2 ได้ฎีกาข้อนี้ของจำเลยที่ 3 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7471/2541 นาง พิกุล ชัยรัตนะ กับพวก โจทก์ นาย ขจร พล หรือ ขจร ผล ช่อจันทร์ผลิ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง พิกุล ชัยรัตนะ กับพวก · จำเลย - นาย ขจร พล หรือ ขจร ผล ช่อจันทร์ผลิ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประกาศ บูรพางกูร · สถิตย์ ไพเราะ · ระพินทร บรรจงศิลป
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 5594/2533ฎีกา 1519/2497ฎีกา 5590/2548ฎีกา 1574/2498ฎีกา 3748/2530ฎีกา 7154/2544ฎีกา 2125/2542ฎีกา 854/2538ฎีกา 6028/2550ฎีกา 5710/2538ฎีกา 9494/2552ฎีกา 6893/2540ฎีกา 6260/2550ฎีกา 5155/2539ฎีกา 514/2481ฎีกา 1383/2496ฎีกา 3403/2545ฎีกา 2998/2540ฎีกา 2033/2567ฎีกา 4459/2528ฎีกา 3596/2546ฎีกา 821/2540ฎีกา 5353/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ