⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1301/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1301/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยให้ **นับโทษจำเลยต่อจากคดีอื่น** นั้น จะต้อง **มีคำขอของโจทก์ให้ศาลสั่งเช่นนั้น** ด้วย มิฉะนั้นจะเป็นการพิพากษาเกินคำขอตามกฎหมาย และศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกปัญหานี้ขึ้นวินิจฉัยเองได้ แม้คู่ความมิได้ฎีกา

ย่อคำพิพากษา

โจทก์แยกฟ้องคดีทั้งสองสำนวนซึ่งศาลสั่งให้รวมพิจารณาพิพากษาโดยไม่ได้ขอให้พิพากษานับโทษจำเลยติดต่อกันจึงนับโทษต่อกันไม่ได้ เพราะเป็นการพิพากษาเกินคำขอตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาให้จำคุกกระทงละ 6 เดือนรวม 2 กระทง จำคุก 1 ปี จึงไม่ชอบ ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสองประกอบมาตรา 225

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.22 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน โจทก์ฟ้องทั้งสองสำนวน ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสองสำนวนให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534มาตรา 4(2) เป็นการกระทำผิดสองกรรมเรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 6 เดือนรวม 2 กระทง เป็นจำคุก 1 ปี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "อนึ่งจำเลยออกเช็ครวมสองฉบับเมื่อเช็คแต่ละฉบับธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน โจทก์จึงนำคดีมาฟ้องโดยแยกฟ้องเป็นสองสำนวนการบรรยายฟ้องแต่ละสำนวนว่าจำเลยสั่งจ่ายเช็คจำนวน 1 ฉบับ ซึ่งคำขอท้ายฟ้องแต่ละสำนวนไม่ได้ขอให้นับโทษจำเลยติดต่อกัน เห็นว่า ฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวนไม่ได้ขอให้พิพากษานับโทษจำเลยติดต่อกัน จึงนับโทษต่อกันไม่ได้เพราะจะเป็นการพิพากษาเกินคำขอตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 ฉะนั้นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละ 6 เดือน รวม 2 กระทงจำคุก 1 ปี จึงไม่ชอบ ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสองประกอบมาตรา 225 ศาลฎีกาสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ให้จำคุกทั้งสองสำนวนสำนวนละ 6 เดือน โดยไม่นับโทษติดต่อกัน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1301/2542 นาย สม ชัย ทองขาว โจทก์ นาย รัก ษ์ สัตยสุนทร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สม ชัย ทองขาว · จำเลย - นาย รัก ษ์ สัตยสุนทร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมลักษณ์ จัดกระบวนพล · ผล อนุวัตรนิติการ · สายันต์ สุรสมภพ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 681/2491ฎีกา 7651/2552ฎีกา 4180/2548ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 2813/2566ฎีกา 8297/2540ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ