⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2197/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2197/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หลักกฎหมาย: สัญญาค้ำประกันที่ทำขึ้นโดยมีเงื่อนไขให้ผู้ค้ำประกันรับผิดเพียงบางส่วน หรือรับผิดในจำนวนจำกัด ย่อมผูกพันตามเงื่อนไขนั้น

ย่อคำพิพากษา

++ เรื่อง สัญญา ค้ำประกัน ++ โปรดดูย่อจากหนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา สำนักงานศาลยุติธรรม ++ เล่มที่ 8 หน้า 69 ++ ++ ขอดูชุดพิเศษโปรดติดต่อห้องบริการเอกสารสำเนาคำพิพากษา (ห้องสมุด) ชั้น 4, 5 ++

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.381

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เรื่อง สัญญา ค้ำประกัน โจทก์ ฎีกาคัดค้าน คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๓ ลงวันที่ ๑๗ เดือน กันยายน พุทธศักราช ๒๕๔๑ ศาลฎีกา รับวันที่ ๕ เดือน กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๔๒ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เคยเป็นข้าราชการพลเรือน ตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ ๖ ระดับ ๖ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ของโจทก์ จำเลยที่ ๑ ได้รับอนุญาตให้ลาไปศึกษาต่อ ณ ประเทศออสเตรเลีย ตั้งแต่วันที่ ๑๖กุมภาพันธ์ ๒๕๒๕ ถึงวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๒๗ โดยได้รับเงินเดือนและเงินอื่นที่ข้าราชการพึงได้รับ รวมทั้งได้รับทุนเป็นเงินไทยและเงินออสเตรเลียมีข้อสัญญาว่า จำเลยที่ ๑ จะต้องรับราชการชดใช้ไม่น้อยกว่า ๒ เท่า ของเวลาที่รับทุน หากไม่รับราชการชดใช้จะต้องชดใช้เงินที่ได้รับจากราชการทั้งสิ้นพร้อมเบี้ยปรับ ๑ เท่า ในการนี้มีจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกัน ปรากฎว่าจำเลยที่ ๑ ไม่รับราชการชดใช้แก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ จึงต้องชดใช้เงินที่ได้รับไปพร้อมเบี้ยปรับให้โจทก์ คิดอัตราแลกเปลี่ยนในวันฟ้องรวมเป็นเงิน๑,๐๓๐,๓๙๐.๔๓ บาท โจทก์บอกกล่าวแล้วจำเลยที่ ๑ เพิกเฉย ซึ่งจะต้องชำระดอกเบี้ยให้โจทก์อัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ตามสัญญา ถึงวันฟ้องเป็นดอกเบี้ย ๓๕๒,๓๑๐.๘๘ บาท อันจำเลยที่ ๒ จะต้องร่วมรับผิด และโจทก์บอกกล่าวจำเลยที่ ๒ แล้ว ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชดใช้เงินจำนวน ๑,๓๘๒,๗๐๗.๓๑ บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ๑๕ ต่อปี จากต้นเงิน ๑,๐๓๐,๓๙๖.๔๓ บาท นับแต่วันฟ้องจนถึงวันชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ ๑ กลับมารับราชการชดใช้ให้โจทก์ครบถ้วนตามระยะเวลาที่กำหนดในสัญญาแล้ว ค่าปรับสูงเกินควรโจทก์ไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ย เงินทุนไม่ใช่ของโจทก์ แต่เป็นของรัฐบาลออสเตรเลีย ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา คู่ความแถลงร่วมกันว่า จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาให้ข้าราชการไปศึกษาหรือฝึกอบรมต่างประเทศ โดยมีจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกัน ตามฟ้องจริง หากจำเลยที่ ๑ ผิดสัญญาจำเลยที่ ๒ จะยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ซึ่งต่อมาจำเลยที่ ๑ ผิดสัญญา จำเลยที่ ๑ จะต้องรับผิดตามสัญญาเป็นเงิน ๕๑๕,๒๘๐.๒๒ บาท บวกเบี้ยปรับอีก ๑ เท่า จึงเป็นเงินที่จำเลยทั้งสองจะต้องรับผิดต่อโจทก์ ๑,๐๓๐,๓๙๖.๔๓ บาท ซึ่งในการฟ้องคดี โจทก์บวกดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี เข้าในต้นเงินดังกล่าวด้วย รวมเป็นเงินที่จำเลยทั้งสองต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ ๑,๓๘๒,๗๐๗ บาทแล้วจำเลยทั้งสองขอสละประเด็นข้อต่อสู้ การที่จะพิพากษาให้จำเลยรับผิดในยอดหนี้จำนวนเท่าใดนั้น ให้อยู่ในดุลพินิจของศาลที่จะกำหนดเบี้ยปรับและดอกเบี้ยที่ค้างชำระ ตามที่ศาลเห็นสมควร แล้วโจทก์จำเลยแถลงไม่สืบพยาน ทั้งนี้ ตามรายงานกระบวนพิจารณาวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๔๐ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๑,๐๓๐,๓๙๖.๔๓ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (๒๓ สิงหาคม ๒๕๓๙) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ แก่โจทก์ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๑๐,๐๐๐ บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จะพึงคิดดอกเบี้ยก่อนวันฟ้องให้โจทก์หรือไม่ ปรากฏว่าตามที่โจทก์จำเลยแถลงร่วมกัน ให้อยู่ในดุลพินิจของศาลที่จะกำหนดเบี้ยปรับและดอกเบี้ย ให้จำเลยรับผิดจำนวนเท่าใด นั้น ศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยทั้งสองรับผิดในเบี้ยปรับเต็มจำนวนตามคำฟ้อง ส่วนดอกเบี้ยศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยทั้งสองรับผิดเฉพาะดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป ศาลชั้นต้นมีดุลพินิจว่า โจทก์ไม่ควรได้รับดอกเบี้ยก่อนฟ้อง โจทก์ฎีกาขอให้โจทก์ชนะคดีเต็มตามฟ้อง เห็นว่า การที่โจทก์ยินยอมให้ศาลใช้ดุลพินิจกำหนดดอกเบี้ยให้โจทก์ตามที่ศาลเห็นสมควรเช่นนี้ แสดงว่าโจทก์พร้อมที่จะยอมรับในดุลพินิจของศาล เมื่อศาลชั้นต้นมีดุลพินิจกำหนดเป็นประการใด โดยไม่ปรากฏว่าดุลพินิจของศาลชั้นต้นเป็นไปโดยมิชอบ ศาลฎีกาก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงให้เป็นอย่างอื่น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน จำเลยทั้งสองไม่แก้ฎีกา จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2197/2542 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โจทก์ นายไพรัช เสถียรวงศ์นุษา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ · จำเลย - นายไพรัช เสถียรวงศ์นุษา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประดิษฐ์ สิงหทัศน์ · พิมล สมานิตย์ · ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5291/2540ฎีกา 2826/2536ฎีกา 1962/2548ฎีกา 1674/2539ฎีกา 2571/2529ฎีกา 2546/2524ฎีกา 1912/2540ฎีกา 2074/2545ฎีกา 458/2535ฎีกา 591/2531ฎีกา 10166/2539ฎีกา 1471/2542ฎีกา 358/2540ฎีกา 5470/2537ฎีกา 1781/2509ฎีกา 8396/2538ฎีกา 4623/2540ฎีกา 4225/2529ฎีกา 2843/2546ฎีกา 2384/2536ฎีกา 4873/2528ฎีกา 6695/2548ฎีกา 8114-8868/2546ฎีกา 3295/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา