⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3315/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3315/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดหลายบทหลายกระทงที่เกี่ยวเนื่องกันและเป็นผลโดยตรงต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ให้ลงโทษตามกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยขับรถในขณะเมาสุราอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 (2), 160 วรรคสาม กับการที่จำเลยขับรถยนต์ฝ่าฝืนกฎจราจรย้อนทางลงทางด่วนขึ้นไปในขณะเมาสุรา ซึ่งเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของการกระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้รถยนต์ของจำเลยไปชนรถยนต์ของผู้เสียหายและทำให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส อันเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 300 และพ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 (4), 157 เมื่อเป็นการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกันและเป็นผลโดยตรงที่ทำให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส จึงเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียว ต้องลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 300 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.300 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.43 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.157 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.160

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๔๐ เวลากลางคืนก่อนเที่ยง จำเลยกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ จำเลยขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน ๕ ผ - ๒๘๙๕ กรุงเทพมหานคร ไปตามทางถนนสุขุมวิท ๕๐ในขณะเมาสุรา อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และขับรถยนต์คันดังกล่าวโดยประมาทปราศจากความระมัดระวังซึ่งบุคคลในภาวะเช่นจำเลยจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์เมื่อขับไปถึงทางลงทางด่วนสายรามอินทราอาจณรงค์ จำเลยไม่ใช้ความระมัดระวังดูให้ดีเสียก่อนว่า ทางลงทางด่วนดังกล่าวเป็นเส้นทางสำหรับลงทางด่วนเข้าถนนสุขุมวิท ๕๐ มิใช่ทางขึ้นทางด่วนจากถนนสุขุมวิท ๕๐ ซึ่งจำเลยอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่ จำเลยขับรถยนต์คันดังกล่าวย้อนเส้นทางขึ้นทางลงของทางด่วนดังกล่าว ขณะเดียวกันมีรถยนต์หมายเลขทะเบียน๔ จ - ๑๑๓๗ กรุงเทพมหานคร ซึ่งพันตำรวจโทมนต์ชัย วรพันธ์ ผู้เสียหาย เป็นผู้ขับขับมาจากทางด่วนตามทิศทางเครื่องหมายจราจร จึงเป็นเหตุให้รถยนต์ที่จำเลยขับชนกับรถยนต์ที่ผู้เสียหายขับบนทางลงทางด่วนดังกล่าว ทำให้รถยนต์ของผู้เสียหายได้รับความเสียหายและเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายสาหัส ป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่ายี่สิบวันและประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๐, ๙๑ พระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓ (๒) (๔), ๑๕๗, ๑๖๐ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๐๐, ๙๑ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓ (๒) (๔),๑๕๗, ๑๖๐ เรียงกระทงลงโทษ ลงโทษฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก ๒ เดือน และฐานขับรถในขณะเมาสุรา จำคุก๑ เดือน รวม ๒ กระทง เป็นจำคุก ๓ เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำคุก ๑ เดือน ๑๕ วัน จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทหรือไม่โดยจำเลยอ้างว่า การที่จำเลยขับรถในขณะเมาสุราถือเป็นส่วนหนึ่งของการกระทำโดยประมาทอันเป็นการกระทำที่เกี่ยวเนื่องและก่อให้เกิดผลโดยตรงที่ทำให้รถยนต์ของจำเลยไปชนรถยนต์ของผู้เสียหาย เป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส จึงเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๐ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดเพียงบทเดียว ตามมาตรา ๙๐ แห่งประมวลกฎหมายอาญานั้น เห็นว่าการที่จำเลยขับรถในขณะเมาสุราอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓ (๒), ๑๖๐ วรรคสาม กับการที่จำเลยขับรถยนต์ฝ่าฝืนกฎจราจรย้อนทางลงทางด่วนขึ้นไปในขณะเมาสุรา ซึ่งเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของการกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้รถยนต์ของจำเลยไปชนรถยนต์ของผู้เสียหายและทำให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๐และพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓ (๔), ๑๕๗ นั้น เป็นการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกัน และเป็นผลโดยตรงที่ทำให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส จึงเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียว และเห็นว่าสมควรให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดีโดยรอการลงโทษให้แก่จำเลยอันจะเป็นผลดีกว่าการลงโทษจำคุกในระยะสั้น แต่เพื่อให้จำเลยระมัดระวังเกี่ยวกับเรื่องความประพฤติเห็นสมควรกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติและลงโทษปรับเพื่อให้รู้สำนึกถึงการถูกลงโทษด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๐๐ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓ (๒) (๔), ๑๕๗,๑๖๐ วรรคสาม เป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๐ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก๒ เดือน ปรับ ๔,๐๐๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑ เดือน และปรับ ๒,๐๐๐บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๑ ปี และให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติประจำศาลแขวงพระโขนงทุก ๓ เดือนเป็นเวลา ๑ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐. (ประสพสุข บุญเดช - สุนทร สิทธิเวชวิจิตร - สุเมธ ตังคจิวางกูร) ลัดดา พ/ทศาลแขวงพระโขนง นายบัณฑิต สีอุไรย์ศาลอุทธรณ์ นายณรงค์พล ทองจีน นายมนตรี จิตร์วิวัฒน์ - ตรวจ นายบุญส่ง โพธิ์พุทธชัย - ผู้ช่วยผู้พิพากษาฯ นายเอกศักดิ์ ยันตรปกรณ์ - ย่อ รุจิรา พิมพ์/ทาน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3315/2542 นักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ ายสมบัติ กาญจนานุพงศ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - ายสมบัติ กาญจนานุพงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7217/2544ฎีกา 688/2467ฎีกา 1514/2532ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 5305/2539ฎีกา 2100/2540ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1774/2536ฎีกา 1715/2545ฎีกา 4573/2528ฎีกา 633/2540ฎีกา 1398/2506ฎีกา 3911/2568ฎีกา 1002/2467ฎีกา 943/2481ฎีกา 1331/2523ฎีกา 5487/2548ฎีกา 7281/2537ฎีกา 52/2513ฎีกา 1666/2521ฎีกา 6505/2555ฎีกา 1516/2549ฎีกา 7194/2539ฎีกา 3310/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา