⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3513/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3513/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- ธนาคารต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพ และการกระทำประมาทเลินเล่อของพนักงานธนาคารย่อมเป็นความรับผิดของธนาคาร.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 เป็นพนักงานธนาคารจำเลยที่ 1 สาขาระยอง ชักชวนโจทก์ให้เปิดบัญชีเงินฝากประจำที่ธนาคารจำเลยที่ 1 สาขาสัตหีบ เมื่อสาขาดังกล่าวเปิดทำการเพื่อเป็นผลงานร่วมกัน โดยนำแบบฟอร์มต่าง ๆ ของธนาคาร จำเลยที่ 1 มาให้โจทก์ลงลายมือชื่อ แล้วดำเนินการนำเงินของโจทก์ไปฝากให้ มิใช่เป็นเรื่องที่โจทก์มอบหมายให้ จำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนโจทก์ แต่เป็นเรื่องที่โจทก์ให้ความไว้วางใจในฐานะที่จำเลยที่ 2 เป็นพนักงานของธนาคาร จำเลยที่ 1 ในการบริการความสะดวกให้แก่โจทก์ตามที่ธนาคารจำเลยที่ 1 สาขาสัตหีบ มอบหมายให้จำเลยที่ 2 ช่วยหาลูกค้าให้ ธนาคารจำเลยที่ 1 สาขาสัตหีบ ได้รับโอนบัญชีเงินฝากของโจทก์จากธนาคารจำเลยที่ 1 สาขาพัทยา โดยมิได้ ทักท้วงในเรื่องตัวลูกค้ามิได้มาติดต่อด้วยตนเอง ทั้งมิได้เรียกหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชนของลูกค้ามาตรวจสอบเช่นกัน นอกจากนั้นยังปรากฏว่า ธนาคารจำเลยที่ 1 สาขาสัตหีบ ได้ออกสมุดคู่ฝากให้แก่จำเลยที่ 2 รับไป โดยที่ธนาคารจำเลยที่ 1 สาขาสัตหีบ ยังมิได้เรียกเก็บสมุดคู่ฝากที่ธนาคารจำเลยที่ 1 สาขาพัทยาได้ออกให้แก่ลูกค้าคืนจากจำเลยที่ 2 ทันที ถือว่าธนาคารจำเลยที่ 1 สาขาสัตหีบ มิได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังเช่นผู้มีวิชาชีพอันควร พึงกระทำ จึงเป็นการกระทำประมาทเลินเล่อของธนาคารจำเลยที่ 1 สาขาสัตหีบ โดยตรง ธนาคารจำเลยที่ 1 สาขาสัตหีบ ออกสมุดคู่ฝากแทนสมุดคู่ฝากของโจทก์ตามที่จำเลยที่ 2 แจ้งว่าหายให้แก่ จำเลยที่ 2 ไปโดยไม่ได้ตรวจสอบหลักฐานการแจ้งความ และหลักฐานดังกล่าวก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้แจ้งความด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้จำเลยที่ 2 แจ้งความได้ เป็นเหตุให้จำเลยที่ 2 นำสมุดคู่ฝากที่ออกแทนสมุดที่อ้างว่าหาย ดังกล่าวไปขอเบิกเงินพร้อมขอปิดบัญชีของโจทก์ โดยโจทก์ไม่รู้เห็น ถือว่าธนาคารจำเลยที่ 1 สาขาสัตหีบปฏิบัติ หน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่อ โดยไม่ใช้ความระมัดระวังด้วยฝีมือเท่าที่เป็นธรรมดาจะต้องใช้และสมควรจะต้องใช้ในกิจการของธนาคารอันเป็นอาชีพของตน แม้ลายมือชื่อในใบถอนจะตรงกับตัวอย่างลายมือชื่อในใบตัวอย่างลายมือชื่อ แต่เมื่อโจทก์มิได้รับเงินจากจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นพนักงานของจำเลยที่ 1 และยังถือสมุดคู่ฝากฉบับเดิมซึ่งยังไม่มี หลักฐานการถอนเงินจากจำเลยที่ 1 โจทก์จึงมีสิทธิ์เรียกให้จำเลยที่ 1 รับผิดคืนเงินฝากดังกล่าวได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.659 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.665 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.672 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.797 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.820

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ ๒,๓๕๗,๒๗๖.๘๒ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๒,๑๑๖,๓๕๙.๘๒ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ ๑ ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน ๒,๑๑๖,๓๕๙.๘๒ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๓๕ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จทั้งนี้หากจำเลยคนใดชำระเงินแก่โจทก์เพียงใดแล้ว ให้โจทก์หมดสิทธิที่จะบังคับเอากับจำเลยอีกคนหนึ่งเพียงนั้น จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาในชั้นนี้ตามฎีกาจำเลยที่ ๑ ว่า โจทก์มีสิทธิฟ้องจำเลยที่ ๑ หรือไม่ กับจำเลยที่ ๑ จะต้องคืนเงินฝากตามฟ้องแก่โจทก์หรือไม่ ในปัญหาทั้งสองนี้เห็นควรวินิจฉัยไปพร้อมกัน จำเลยที่ ๒ ชักชวนโจทก์ ให้เปิดบัญชีเงินฝากประจำที่ธนาคารจำเลยที่ ๑ สาขาสัตหีบ เพื่อเป็นผลงาน แต่เนื่องจากธนาคารจำเลยที่ ๑ สาขาสัตหีบ ยังไม่เปิดทำการ จึงให้เปิดบัญชีเงินฝากที่ธนาคารจำเลยที่ ๑ สาขาพัทยาไว้ก่อน พร้อมกับทำเรื่องขอโอนบัญชีเงินฝากไปยังธนาคารจำเลยที่ ๑ สาขาสัตหีบ ด้วย โจทก์ตกลงจึงปิดบัญชีเงินฝากประจำที่ธนาคารจำเลยที่ ๑ สาขาระยองของโจทก์ จำนวน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท และมอบเงินให้จำเลยที่ ๒ นำเงินจำนวนดังกล่าวไปเปิดบัญชีที่ธนาคารจำเลยที่ ๑ สาขาพัทยา จำเลยที่ ๒ ได้นำเอกสารซึ่งเป็นคำขอเปิดบัญชี ใบตัวอย่างลายมือชื่อและใบขอโอนเงินฝาก ให้โจทก์ลงลายมือชื่อโจทก์ได้ลงลายมือชื่อไว้โดยเอกสารดังกล่าวยังไม่ได้กรอกข้อความ มิใช่โจทก์จะมอบหมายให้จำเลยที่ ๒ เป็นตัวแทนโจทก์ในฐานะที่จำเลยที่ ๒ มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับโจทก์โดยตรง เพราะโจทก์มีนายมหรรณพ ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ ซึ่งเป็นบุตรโจทก์ ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกว่าจำเลยที่ ๒ ถ้าโจทก์ประสงค์จะให้เป็นตัวแทนโจทก์แล้วก็น่าจะมอบให้แก่นายมหรรณพไปดำเนินการแทนได้ ดังนั้น การที่โจทก์ได้เปิดบัญชีเงินฝากประจำของตนดังกล่าวนั้น จึงเป็นเรื่องโจทก์ให้ความไว้วางใจในฐานะที่จำเลยที่ ๒ เป็นพนักงานของธนาคารจำเลยที่ ๑ ในการบริการความสะดวกให้แก่โจทก์ ตามที่ธนาคารจำเลยที่ ๑ สาขาสัตหีบมอบหมายให้จำเลยที่ ๒ ช่วยธนาคารจำเลยที่ ๑ สาขาสัตหีบหาลูกค้าให้ ในการบริการความสะดวกแก่ลูกค้านั้น ปรากฏว่าจำเลยที่ ๒ เพียงแต่นำเงินของโจทก์ คำขอเปิดบัญชีหรือสำเนาเอกสารซึ่งมีลายมือชื่อโจทก์ผู้ขอเปิดบัญชีได้ลงไว้ ใบตัวอย่างลายมือชื่อผู้ขอเปิดบัญชีหรือสำเนาใบตัวอย่าง ลายมือชื่อผู้ขอเปิดบัญชี ซึ่งลายมือชื่อโจทก์ได้ลงไว้และใบขอโอนเงินฝากหรือสำเนาใบขอโอนเงินฝาก ซึ่งมีลายมือชื่อโจทก์ได้ลงไว้ มามอบให้แก่พนักงานของธนาคารจำเลยที่ ๑ สาขาพัทยา ทางธนาคารจำเลยที่ ๑ สาขาพัทยาก็รับ เปิดบัญชีให้แก่โจทก์โดยมิได้เรียกหลักฐานอื่นเช่นบัตรประจำตัวประชาชนของลูกค้าจากจำเลยที่ ๑ มาตรวจสอบหรือยืนยันว่าผู้ฝากเป็นใคร ทั้งธนาคารจำเลยที่ ๑ สาขาพัทยาได้จัดการโอนบัญชีเงินฝากของโจทก์ไปยังธนาคารจำเลยที่ ๑ สาขาสัตหีบ เมื่อธนาคารจำเลยที่ ๑ สาขาสัตหีบเปิดทำการแล้ว โดยธนาคารจำเลยที่ ๑ สาขาสัตหีบได้รับโอนมา โดยมิได้ทักท้วงในเรื่องตัวลูกค้ามิได้มาติดต่อด้วยตนเองทั้งมิได้เรียกหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชนของลูกค้า มาตรวจสอบเช่นกัน นอกจากนั้นยังปรากฏว่า ธนาคารจำเลยที่ ๑ สาขาสัตหีบได้ออกสมุดคู่ฝากให้แก่จำเลยที่ ๒ รับไป โดยธนาคารจำเลยที่ ๑ สาขาสัตหีบยังมิได้เรียกเก็บสมุดคู่ฝากที่ธนาคารจำเลยที่ ๑ สาขาสัตหีบได้ออกให้แก่ลูกค้า การกระทำเช่นนี้ของธนาคารจำเลยที่ ๑ สาขาสัตหีบถือได้ว่ากระทำไปโดยมิได้ปฏิบัติไปด้วยความระมัดระวังเช่น ผู้มีวิชาชีพอันควรพึงกระทำจึงเป็นการกระทำประมาทเลินเล่อของธนาคารจำเลยที่ ๑ สาขาสัตหีบโดยตรง ประกอบกับการที่ธนาคารจำเลยที่ ๑ สาขาสัตหีบได้ออกสมุดคู่ฝากแทนสมุดคู่ฝากของโจทก์ตามที่จำเลยที่ ๒ แจ้งว่าหายให้แก่ จำเลยที่ ๒ ไปโดยไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้แจ้งความด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้จำเลยที่ ๒ แจ้งความไว้ อีกทั้งหลักฐานดังกล่าวมิได้ลงลายมือชื่อผู้ขออนุญาต ก็ไม่ปรากฏว่าธนาคารจำเลยที่ ๑ สาขาสัตหีบ ได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง ถึงข้อพิรุธในส่วนนี้ แต่ธนาคารจำเลยที่ ๑ สาขาสัตหีบกลับมอบสมุดคู่ฝากแทนสมุดที่หายให้แก่จำเลยที่ ๒ รับไปในฐานะจำเลยที่ ๒ เป็นพนักงานของจำเลยที่ ๑ พฤติการณ์ในช่วงนี้ถือได้ว่าจำเลยที่ ๑ สาขาสัตหีบได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่อโดยไม่ใช้ความระมัดระวังด้วยฝีมือเท่าที่เป็นธรรมดาจะต้องใช้และสมควรจะต้องใช้ในกิจการของธนาคารอันเป็นอาชีพของตน และผลของความประมาทของธนาคารจำเลยที่ ๑ สาขาสัตหีบดังกล่าวแล้ว เป็นเหตุให้จำเลยที่ ๒ ใช้สมุดคู่ฝากแทนสมุดที่หายที่ตนได้รับและมิได้นำไปส่งมอบให้แก่โจทก์ไปขอเบิกเงินพร้อมกับขอปิดบัญชีของโจทก์ โดยมิให้โจทก์รู้ตัวทันและแม้ลายมือชื่อของใบถอนเงินฝากประจำจะตรงกับใบตัวอย่างลายมือชื่อ แต่เมื่อโจทก์มิได้รับเงินจากจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นพนักงานของจำเลยที่ ๑ โดยที่โจทก์ยังถือสมุดคู่ฝากฉบับเดิมซึ่งยังไม่มีหลักฐานการถอนเงินจากจำเลยที่ ๑ การที่ธนาคารจำเลยที่ ๑ สาขาสัตหีบปฏิเสธการถอนเงินของโจทก์ โจทก์จึงมีสิทธิเรียกให้จำเลยที่ ๑ รับผิดตามฟ้องได้ ศาลล่างทั้งสองพิพากษาชอบแล้ว พิพากษายืน . ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3513/2542 นางพูนสุข วสะหลาย โจทก์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัดหรือธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางพูนสุข วสะหลาย · (มหาชน) - ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัดหรือธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด · จำเลย - กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวลิต ธรรมฤาชุ · ประมาณ ตียะไพบูลย์สิน · เดิมพัน จรรยามั่น
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชลบุรี - นายสันติ วงศ์รัตนานนท์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสุรภพ ปัทมะสุคนธ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 6/2475ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 710/2542ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 6911/2544ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 5351/2538ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา