⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 354/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 354/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยพาผู้เยาว์ซึ่งมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวและสมัครใจร่วมประเวณีด้วยไปอยู่กินฉันสามีภริยา โดยมีเจตนาจะเลี้ยงดูผู้เยาว์เป็นภริยาจริง ๆ และจำเลยไม่เคยมีภริยาหรือบุตรมาก่อน ไม่ถือเป็นการพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร

ย่อคำพิพากษา

ผู้เยาว์กับจำเลยรู้จักสนิทสนมกันมานานประมาณ 4 ปีมีความรักใคร่ชอบพอกันอยู่ก่อนแล้ว ผู้เยาว์เองก็รับว่าสมัครใจร่วมประเวณีกับจำเลย นอกจากนี้บิดามารดาจำเลยเคยติดต่อสู่ขอผู้เยาว์จากบิดามารดาผู้เยาว์แต่ตกลงในจำนวนเงินค่าสินสอดกันไม่ได้ ผู้เยาว์จึงติดตามไปอยู่กับจำเลย และหลังจากนั้นก็อยู่กินกับจำเลยมาโดยตลอดมิได้กลับไปอาศัยอยู่กับบิดามารดาของตนจนผู้เยาว์ตั้งครรภ์ พฤติการณ์ของจำเลยที่พาผู้เยาว์ไปอยู่กินด้วยกันก็ด้วย ประสงค์จะเลี้ยงดูผู้เยาว์เป็นภริยาจริง ๆ ประกอบกับจำเลยไม่เคยมีภริยาและบุตรมาก่อน จำเลยย่อมอยู่ในฐานะเลี้ยงดูผู้เยาว์ฉันสามีภริยาได้โดยแท้ การกระทำของจำเลยไม่อาจถือว่าเป็นการพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.319

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 วรรคหนึ่ง ลงโทษจำคุก 4 ปี คำเบิกความของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ว่า นางสาวสุวรรณี นิจก ผู้เยาว์มีอายุ 16 ปีเศษ เป็นบุตรของนายสุเทพ นิจก กับนางสุกัญญา เอี่ยมทองผู้เยาว์พักอาศัยอยู่กับบิดามารดาของตนและเรียนหนังสืออยู่ที่วิทยาลัยเทคนิคประจวบคีรีขันธ์ ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้องผู้เยาว์กับเพื่อนอีกหลายคนได้พากันไปเที่ยวน้ำตกห้วยยาง และได้พบกับจำเลยซึ่งเป็นญาติและมีบ้านพักอาศัยอยู่ใกล้กันกับผู้เยาว์จึงไปเที่ยวด้วยกัน ต่อมาเมื่อเพื่อนของผู้เยาว์พากันกลับบ้านหมดแล้ว จำเลยกับผู้เยาว์ได้ไปที่บ้านนายเอซึ่งเป็นเพื่อนจำเลย หลังจากนั้นได้ไปที่บ้านนายเจริญพี่ชายจำเลย ต่อจากนั้นก็พากันไปที่บ้านญาติจำเลยที่อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจำเลยกับผู้เยาว์ได้ร่วมประเวณีกันโดยผู้เยาว์ยินยอมและในเวลาต่อมาจำเลยได้พาผู้เยาว์ไปอยู่ด้วยกันที่อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2539 มีเจ้าพนักงานตำรวจมาจับจำเลยไปดำเนินคดีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า พฤติการณ์ที่จำเลยพาผู้เยาว์ไปอยู่กินด้วยกัน ก็ด้วยประสงค์ที่จะเลี้ยงดูเป็นภริยาเนื่องจากผู้เยาว์กับจำเลยรู้จักสนิทสนมกันมานานประมาณ 4 ปี และมีความรักใคร่ชอบพอกันอยู่ก่อนแล้ว และผู้เยาว์เองก็ยอมรับว่าตนสมัครใจร่วมประเวณีกับจำเลย นอกจากนี้บิดามารดาของจำเลยก็เคยติดต่อสู่ขอผู้เยาว์จากบิดามารดาของผู้เยาว์แต่ไม่อาจตกลงกันได้เกี่ยวกับจำนวนเงินค่าสินสอด ทั้ง ๆ ที่จำเลยเป็นหลานของมารดาผู้เยาว์ แต่อย่างไรก็ตามภายหลังเกิดเหตุผู้เยาว์ก็ยังคงอยู่กินกับจำเลยมาโดยตลอดมิได้กลับไปอาศัยอยู่กับบิดามารดาของตน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปรากฏว่าผู้เยาว์ตั้งครรภ์ ได้หลายเดือนแล้วข้อเท็จจริงตามพฤติการณ์แห่งคดีแสดงให้เห็นว่าจำเลยพาผู้เยาว์ไปโดยตั้งใจเลี้ยงดูผู้เยาว์เป็นภริยาจริง ๆ ประกอบกับจำเลยไม่เคยมีภริยาและบุตรมาก่อนด้วย ฉะนั้นจำเลยย่อมอยู่ในฐานะที่จะเลี้ยงดูผู้เยาว์ฉันสามีภริยาได้โดยแท้ กรณีเช่นนี้ย่อมไม่อาจถือว่าเป็นการพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร การกระทำของจำเลยดังกล่าวจึงไม่เป็นความผิดตามฟ้อง ที่โจทก์ฎีกาว่า ขณะที่ผู้เยาว์ไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ นั้น เมื่อเพื่อนกับผู้เยาว์จะกลับบ้าน จำเลยไม่ยอมให้ผู้เยาว์กลับโดยใช้มือดึงผู้เยาว์ไว้และบอกว่าจะไปส่งกลับบ้านภายหลังนั้น ในข้อนี้เห็นว่า นอกจากข้อเท็จจริงจะได้ความจากนางสาวสนธยา สว่างโชติเพื่อนผู้เยาว์พยานโจทก์ว่าพยานชักชวนผู้เยาว์กลับบ้าน แต่ผู้เยาว์ไม่ยอมกลับซึ่งหากจะกลับก็กลับได้ ทั้งได้ความจากผู้เยาว์อีกปากหนึ่งว่าเมื่อนางสาวสนธยาชวนพยานกลับบ้านแต่พยานไม่กลับและหากจะกลับก็สามารถกลับได้ แต่พยานไม่กลับเพราะกลัวบิดามารดาของตนดุด่าเนื่องจากไม่ชอบจำเลย และหลังจากนั้นพยานได้ชักชวนจำเลยว่าจะไปไหนก็ไป ตามคำเบิกความของผู้เยาว์ดังกล่าวแสดงว่าผู้เยาว์ยินยอมติดตามไปอยู่กับจำเลยที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 354/2542 พนักงานอัยการ จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ โจทก์ นาย วิโรจน์หรือเหว่า รุ่ง แสง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ · จำเลย - นาย วิโรจน์หรือเหว่า รุ่ง แสง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพศาล เจริญวุฒิ · อธิราช มณีภาค · พินิจ เพชรรุ่ง
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1632/2518ฎีกา 977/2514ฎีกา 119/2517ฎีกา 270/2468ฎีกา 70/2489ฎีกา 93/2529ฎีกา 34/2491ฎีกา 355/2470ฎีกา 6634/2546ฎีกา 1430/2515ฎีกา 206/2464ฎีกา 4465/2530ฎีกา 1055/2555ฎีกา 235/2470ฎีกา 4197/2547ฎีกา 811/2484ฎีกา 1800/2541ฎีกา 6370/2555ฎีกา 28/2471ฎีกา 2587/2530ฎีกา 1225/2482ฎีกา 1696/2532ฎีกา 739/2533ฎีกา 1268/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ