คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 407/2542
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแก้ไขจำนวนเงินในสัญญาภายหลังโดยไม่ได้รับความยินยอมจากลูกหนี้ ไม่ทำให้หลักฐานการกู้ยืมเงินที่ทำไว้เดิมและมีผลสมบูรณ์ต้องเสียไป ศาลย่อมพิพากษาให้ลูกหนี้รับผิดตามจำนวนเงินที่กู้ไปจริง
ย่อคำพิพากษา
จำเลยทำหนังสือสัญญากู้ยืมฉบับพิพาทจากโจทก์ 30,000 บาทต่อมาโจทก์แก้ไขจำนวนเงินในสัญญาเป็น 60,000 บาท โดยไม่เป็นความจริงแล้วโจทก์นำสัญญานั้นมาฟ้อง ดังนี้ เมื่อปรากฏว่า สัญญากู้ยืมฉบับพิพาทจำเลยลงลายมือชื่อเป็นผู้กู้ กู้ยืมเงินโจทก์ 30,000 บาท เป็นหลักฐานการกู้ยืมเป็นหนังสือซึ่งจำเลยต้องรับผิด แม้ภายหลังโจทก์แก้ไขจำนวนเงินในสัญญากู้ให้สูงขึ้น จึงทำให้สัญญากู้ยืมเงินฉบับพิพาทเป็นเอกสารปลอม ก็ไม่ทำให้หลักฐานการกู้ยืมเงินที่ทำไว้แต่เดิมและมีผลสมบูรณ์อยู่แล้วต้องเสียไป ศาลย่อมพิพากษาให้จำเลยรับผิดตามจำนวนเงินเท่าที่จำเลยกู้ไปจริง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายบำรุง ทิพย์เจริญ · จำเลย - นางสาวพัชนา คูหาวาสินี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สายันต์ สุรสมภพ · ผล อนุวัตรนิติการ · สมลักษณ์ จัดกระบวนพล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่งธนบุรี - นางสาวเบญจภา วิทิตางกูร · ศาลอุทธรณ์ - นายมนูพงศ์ รุจิกัณหะ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา