คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7093/2542
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำเอกสารอันเป็นเท็จไปแสดงต่อศาลเพื่อขอประกันตัว ถือเป็นการหลอกลวงศาล และเป็นพฤติการณ์ร้ายแรงที่ไม่มีเหตุสมควรลงโทษสถานเบาหรือรอการลงโทษ
ย่อคำพิพากษา
ผู้ถูกกล่าวหาทราบดีอยู่แล้วว่า หนังสือรับรองราคาประเมินที่ดินไม่ถูกต้อง เพราะราคาประเมินที่ดินสูงเกินความเป็นจริง การที่ผู้ถูกกล่าวหานำหนังสือรับรองราคาประเมินที่ดินที่ไม่ถูกต้องดังกล่าวมาใช้ยื่นขอประกันตัวจำเลยต่อศาล ย่อมเป็นการหลอกลวงศาลให้หลงเชื่อถึงความถูกต้องของหนังสือรับรองราคาประเมินที่ดินนั้นพฤติการณ์ดังกล่าวมีลักษณะร้ายแรง กรณีไม่มีเหตุสมควรที่จะลงโทษสถานเบาหรือรอการลงโทษให้ผู้ถูกกล่าวหา
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้สืบเนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาได้นำที่ดินมาเป็นหลักประกันในการขอประกันตัวจำเลย พร้อมทั้งแสดงราคาที่ดินโดยอาศัยหนังสือรับรองราคาประเมินของสำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาปักธงชัย ต่อมาสำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมาสาขาปักธงชัย แจ้งว่าหนังสือรับรองราคาประเมินที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นเอกสารปลอม
ศาลชั้นต้นเห็นว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล ถือว่ากระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๑ (๑), ๓๓ ลงโทษจำคุก ๖ เดือน นับโทษต่อจากโทษในคดีหมายเลขแดงที่ละเมิด ๔/๒๕๔๑ ของศาลชั้นต้น
ผู้ถูกกล่าวหาอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษ
ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายืน
ผู้ถูกกล่าวหาฎีกาขอให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษปรับ หรือรอการลงโทษจำคุก
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้ถูกกล่าวหาเคยยื่นคำร้องขอใบประเมินราคาที่สำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาปักธงชัย ด้วยตนเองมาแล้วครั้งหนึ่ง ต่อมามีผู้ชักชวนให้ผู้ถูกกล่าวหานำที่ดินแปลงดังกล่าวมาประกันตัวจำเลยในคดีนี้อีก โดยบอกว่ารู้จักเจ้าพนักงานที่ดินสามารถทำให้ราคาประเมินที่ดินสูงขึ้นได้ โดยเสียค่าธรรมเนียม๑,๕๐๐ บาท ย่อมแสดงให้เห็นชัดแจ้งว่า ผู้ถูกกล่าวหาทราบดีอยู่แล้วว่าหนังสือรับรองราคาประเมินที่ดินฉบับนี้ไม่ถูกต้อง เพราะราคาประเมินที่ดินสูงเกินความเป็นจริง การที่ผู้ถูกกล่าวหานำหนังสือรับรองราคาประเมินที่ดินที่ไม่ถูกต้องดังกล่าวมาใช้ยื่นขอประกันตัวจำเลยต่อศาล ย่อมเป็นการหลอกลวงศาลให้หลงเชื่อถึงความถูกต้องของหนังสือรับรองราคาประเมินที่ดินนั้น พฤติการณ์ดังกล่าวจึงมีลักษณะร้ายแรง นับว่าเป็นภัยต่อกระบวนการยุติธรรมอันเป็นช่องทางให้จำเลยที่ได้รับการประกันตัวไปอาจหลบหนีได้ อีกทั้งเมื่อนายประกันผิดสัญญาประกันต่อศาล การบังคับคดีกับที่ดินแปลงที่เอาประกันอาจได้เงินไม่เพียงพอที่จะชำระตามสัญญาประกันอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการศาลได้ แม้ผู้ถูกกล่าวหาจะมีหน้าที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตรและมารดาที่แก่ชราตามที่อ้างมาในชั้นฎีกาก็ตาม กรณีไม่มีเหตุสมควรที่จะลงโทษสถานเบาหรือรอการลงโทษให้ผู้ถูกกล่าวหา ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำคุกผู้ถูกกล่าวหามีกำหนด ๖ เดือน โดยไม่รอการลงโทษให้นั้น เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7093/2542
พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์
นางประคอง มงคลภักดิ์ ผู้ถูกกล่าวหา
นายสานิจ ชาวบ้านกร่าง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา · ผู้ถูกกล่าวหา - นางประคอง มงคลภักดิ์ · จำเลย - นายสานิจ ชาวบ้านกร่าง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | กมล เพียรพิทักษ์ · ประดิษฐ์ สิงหทัศน์ · สมชาย พงษธา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายวิเทพ อริยสัจจากร · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายองอาจ โรจนสุพจน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา