คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8072/2542
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้เสียหายได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับผู้ค้ำประกันหนี้จำเลยตามเช็ค แล้วศาลพิพากษาตามยอมจนคดีถึงที่สุด ย่อมมีผลทำให้หนี้ตามเช็คนั้นระงับสิ้นไป แม้จำเลยจะมิได้เป็นคู่ความในคดีดังกล่าวก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
หลังจากโจทก์ฟ้องจำเลยแล้ว ผู้เสียหายได้นำมูลหนี้ตามเช็คพิพาทไปฟ้องเฉพาะ น. ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันหนี้จำเลยตามเช็คพิพาทให้ชดใช้เงินตามคดีแพ่งผู้เสียหายและ น.ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ และศาลได้พิพากษาตามยอมคดีถึงที่สุดแล้ว แม้จำเลยจะมิได้เป็นคู่ความในคดีแพ่งด้วยก็ตาม แต่ผลของการประนีประนอมยอมความดังกล่าวย่อมทำให้การเรียกร้องซึ่งแต่ละฝ่ายได้ยอมสละนั้นระงับสิ้นไปและทำให้แต่ละฝ่ายได้สิทธิตามที่แสดงในสัญญานั้นว่าเป็นของตนดังที่บัญญัติไว้ใน ป.พ.พ.มาตรา 852 เมื่อหนี้ที่จำเลยได้ออกเช็คตามฟ้องเพื่อใช้เงิน และ น.เป็นผู้ค้ำประกันการชำระเงินดังกล่าวเป็นอันสิ้นผลผูกพันไปก่อนที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุด คดีจึงเป็นอันเลิกกันตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534มาตรา 7
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพะเยา · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดนิติศักดิ์ปิโตรเลี่ยม กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิเทพ ศิริพากย์ · มงคล ทับเที่ยง · ปุญพัฒน์ อิทธิธรรมวินิจ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพะเยา - นายมโน เทอดจิตธรรม · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายนิยุต สุภัทรพาหิรผล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา