⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 9438/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9438/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยทั้งสองมีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดี หากเป็นสามีภริยากันและมีหนี้อันเป็นมูลของคดีร่วมกัน โจทก์สามารถฟ้องคดีเดียวกันได้

ย่อคำพิพากษา

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 59 คำว่า ผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดี มีความหมายว่า มีส่วนได้เสียร่วมกันในมูลเหตุอันเป็นรากฐานแห่งคดีนั้นโดยถือหนี้อันเป็นมูลของคดีนั้นเป็นสาระสำคัญ โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดเจนว่า จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันมอบเช็คพิพาททั้งสองฉบับให้แก่โจทก์เพื่อชำระหนี้สินค้าตามสัญญาเช่าซื้อ ดังนั้น มูลเหตุอันเป็นรากฐานแห่งคดีคือหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อ ทั้งจำเลยทั้งสองก็เป็นสามีภริยากัน กรณีย่อมถือได้ว่าจำเลยทั้งสองมีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดี โจทก์จึงยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีเดียวกันได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.59

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินตามเช็ครวมจำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระหนี้เสร็จสิ้น จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงินให้แก่โจทก์คนละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับตั้งแต่วันฟ้อง (วันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๐) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้น กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ ๕,๐๐๐ บาท จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ ๒,๐๐๐ บาท จำเลยทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นได้รับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยทั้งสองเป็นสามีภริยากัน เมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๓๘ จำเลยที่ ๒ ทำสัญญาเช่าซื้อเครื่องเสียงและระบบไฟฟ้าจากโจทก์ โจทก์ได้ติดตั้งเครื่องเสียงและระบบไฟฟ้าให้จำเลยที่ ๒ แล้ว และจำเลยที่ ๒ ใช้ประโยชน์เครื่องเสียงและระบบไฟฟ้าดังกล่าวตลอดมา เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๓๙ จำเลยที่ ๒ ได้มอบเช็คพิพาททั้งสองฉบับให้แก่โจทก์ ฉบับแรกจำเลยที่ ๑ ลงชื่อสั่งจ่าย ฉบับที่ ๒ จำเลยที่ ๒ ลงชื่อสั่งจ่าย เมื่อเช็คทั้งสองฉบับถึงกำหนดโจทก์นำไปเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินโดยให้เหตุผลว่า โปรดติดต่อผู้สั่งจ่าย และบัญชีปิดแล้ว ตามลำดับ จำเลยที่ ๒ ไม่ได้นำเงินเข้าบัญชีเพื่อชำระเงินตามเช็คทั้งสองฉบับ ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองมีว่า โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีเดียวกันได้หรือไม่ เห็นว่า ป.วิ.พ. มาตรา ๕๙ บัญญัติว่า "บุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปอาจเป็นคู่ความในคดีเดียวกันได้ โดยเป็นโจทก์ร่วมหรือจำเลยร่วม ถ้าหากปรากฏว่าบุคคลเหล่านั้นมีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดี..." คำว่า ผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดี หมายความว่า มีส่วนได้เสียร่วมกันในมูลเหตุอันเป็นรากฐานแห่งคดีนั้นโดยถือหนี้อันเป็นมูลของคดีนั้นเป็นสาระสำคัญ คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดเจนว่าจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันมอบเช็คพิพาททั้งสองฉบับให้แก่โจทก์เพื่อชำระหนี้สินค้าตามสัญญาเช่าซื้อ ดังนั้น มูลเหตุอันเป็นรากฐานแห่งคดีคือหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อได้ความว่าจำเลยทั้งสองเป็นสามีภริยากัน กรณีย่อมถือได้ว่าจำเลยทั้งสองมีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดี โจทก์จึงยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีเดียวกันได้? พิพากษายืน โจทก์ไม่แก้ฎีกาจึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9438/2542 บริษัทมัลติ ซิสเต็ม อินสเตอเลชั่น จำกัด โจทก์ นางจันทรา สว่างผล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทมัลติ ซิสเต็ม อินสเตอเลชั่น จำกัด · จำเลย - นางจันทรา สว่างผล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ระพินทร บรรจงศิลป · วิเทพ ศิริพากย์ · วิรัช ลิ้มวิชัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสตูล - นายอมร ศิลปวิวัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายเกียรติศักดิ์ เกียรติดำรง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 5594/2533ฎีกา 1519/2497ฎีกา 5590/2548ฎีกา 1574/2498ฎีกา 3748/2530ฎีกา 7154/2544ฎีกา 2125/2542ฎีกา 854/2538ฎีกา 6028/2550ฎีกา 5710/2538ฎีกา 9494/2552ฎีกา 6893/2540ฎีกา 6260/2550ฎีกา 5155/2539ฎีกา 514/2481ฎีกา 1383/2496ฎีกา 3403/2545ฎีกา 2998/2540ฎีกา 2033/2567ฎีกา 4459/2528ฎีกา 3596/2546ฎีกา 821/2540ฎีกา 5353/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา