⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1054/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1054/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของผู้เข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นพนันที่กฎหมายกำหนดไว้หลายบท ให้ลงโทษตามกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดเพียงบทเดียว

ย่อคำพิพากษา

พ.ร.บ. การพนันฯ มาตรา 12(1) ตามบัญชี ก. หมายเลข 11 แยกบทกำหนดโทษสำหรับผู้เข้าเล่นหรือเข้าพนันที่ไม่ได้เรียกว่าลูกค้าเป็นบทหนึ่ง และสำหรับผู้เข้าเล่นหรือเข้าพนันที่เรียกว่าลูกค้าเป็นอีกบทหนึ่ง การที่จำเลยทั้งยี่สิบสองคนเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นพนันป๊อกแปดเก้าโดยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้และเป็น ผู้เล่นหรือลูกค้าคนแทง จำเลยทั้งยี่สิบสองก็มีเพียงเจตนาเดียวคือเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นพนันป๊อกแปดเก้า การกระทำของจำเลยทั้งยี่สิบสองจึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทต้องใช้กฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่จำเลยทั้งยี่สิบสองคือความผิดฐานเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ การที่ศาลล่างทั้งสองเรียงกระทงลงโทษแก่จำเลยทั้งยี่สิบสองเป็นการไม่ชอบศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้องเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยและเนื่องจากเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดีจึงให้มีผลถึงจำเลยอื่น ๆ ที่มิได้ฎีกาด้วย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 213 ประกอบมาตรา 225

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.213 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. ๒๔๗๘ มาตรา ๔, ๕, ๖, ๑๐, ๑๒, ๑๔ ทวิ, ๑๕ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๘, ๘๓ ริบของกลางและจ่ายเงินสินบนนำจับ และลงโทษจำเลยที่ ๒ ที่ ๔ ถึงที่ ๘ ที่ ๑๐ ที่ ๒๑ และที่ ๒๒ สถานหนัก และบวกโทษจำเลยที่ ๗ ที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีนี้ จำเลยทั้งยี่สิบสองให้การรับสารภาพ จำเลยที ๒ ที่ ๔ ถึงที่ ๘ ที่ ๑๐ ที่ ๒๑ และที่ ๒๒ รับว่าเคยต้องโทษและพ้นโทษมาแล้วตามฟ้อง และจำเลยที่ ๗ รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีก่อนที่ศาลรอการลงโทษไว้ตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งยี่สิบสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. ๒๔๗๘ มาตรา ๔, ๕, ๖, ๑๐, ๑๒, ๑๔ ทวิ, ๑๕ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๘, ๘๓ ให้เรียงกระทงลงโทษ จำเลยที่ ๑ ฐานเป็นผู้จัดให้มีการเล่นและฐานเป็นเจ้ามือ ให้จำคุกกระทงละ ๖ เดือน และปรับกระทงละ ๕,๐๐๐ บาท ฐานเป็นผู้เล่นปรับ ๓,๐๐๐ บาท รวมโทษจำเลยที่ ๑ เป็นจำคุก ๑๒ เดือน และปรับ ๑๓,๐๐๐ บาท ลงโทษจำเลยที่ ๓ ที่ ๙ ที่ ๑๑ ถึงที่ ๒๐ ฐานเป็นเจ้ามือจำคุกคนละ ๖ เดือน และปรับคนละ ๕,๐๐๐ บาท ฐานเป็นผู้เล่นปรับคนละ ๓,๐๐๐ บาท รวมโทษจำคุกคนละ ๖ เดือน และปรับคนละ ๘,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๒ ที่ ๔ ถึงที่ ๘ ที่ ๑๐ ที่ ๒๑ และที่ ๒๒ เคยกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการพนันฯมาก่อน ให้เพิ่มโทษตามมาตรา ๑๔ ทวิ ฐานเป็นเจ้ามือจำคุกคนละ ๑ ปี และปรับคนละ ๑๐,๐๐๐ บาท ฐานเป็นผู้เล่นจำคุกคนละ ๓ เดือน และปรับคนละ ๕,๐๐๐ บาท จำเลยทั้งยี่สิบสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก จำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๖ เดือน และปรับ ๖,๕๐๐ บาท จำคุกจำเลยที่ ๓ ที่ ๙ ที่ ๑๑ ถึงที่ ๒๐ คนละ ๓ เดือน และปรับคนละ ๔,๐๐๐ บาท เฉพาะจำเลยที่ ๒ ที่ ๔ ถึงที่ ๘ ที่ ๑๐ ที่ ๒๑ และที่ ๒๒ ความผิดฐานเป็นผู้เล่นไม่ลดโทษให้ เมื่อลดโทษฐานเป็นเจ้ามือ กึ่งหนึ่งรวมกับความผิดฐานเป็นผู้เล่นแล้ว คงจำคุกคนละ ๙ เดือน และปรับคนละ ๑๐,๐๐๐ บาท โทษจำคุกของจำเลยที่ ๒ ที่ ๔ ถึงที่ ๘ ที่ ๑๐ ที่ ๒๑ และที่ ๒๒ ให้รอการลงโทษมีกำหนด ๒ ปี โทษจำคุกของจำเลยอื่น ๆ นอกจากนี้ให้รอการลงโทษมีกำหนด ๑ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ หากไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทน และให้จำเลยทุกคนจ่ายเงินสินบนนำจับกึ่งหนึ่งของค่าปรับ ริบของกลางทั้งหมด โจทก์อุทธรณ์ขอให้ไม่รอการลงโทษแก่จำเลยทั้งยี่สิบสองและบวกโทษจำคุกของจำเลยที่ ๗ ที่รอการลงโทษไว้ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๒๖๔๘/๒๕๔๐ ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษคดีนี้ โดยอธิบดีอัยการเขต ๕ ซึ่งได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งยี่สิบสองสถานเดียว ไม่ปรับ และไม่จ่ายเงินสินบนนำจับ (ที่ถูก ไม่จ่ายสินบนนำจับเฉพาะข้อหาที่ศาลลงโทษจำคุก) และให้นำโทษจำคุก ๓ เดือน ของจำเลยที่ ๗ ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๒๖๔๘/๒๕๔๐ ของศาลชั้นต้นมาบวกกับโทษในคดีนี้ รวมเป็นจำคุกจำเลยที่ ๗ มีกำหนด ๑๒ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๗ ที่ ๑๔ และที่ ๑๖ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า การที่ศาลล่างทั้งสองเรียงกระทงลงโทษจำเลยทั้งยี่สิบสองในความผิดฐานเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้และเป็นผู้เล่นหรือลูกค้าคนแทงรวมเป็น ๒ กระทงนั้น ชอบหรือไม่ ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๕ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๒๒๕ คดีนี้จำเลยทั้งยี่สิบสองให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามฟ้องว่าจำเลยทั้งยี่สิบสองร่วมกับพวกที่หลบหนีการพนันป๊อกแปดเก้าซึ่งมีลักษณะคล้ายกับการพนันป๊อก ซึ่งเป็นการพนันอันระบุไว้ในบัญชี ก. หมายเลข ๑๑ ท้ายพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. ๒๔๗๘ พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานโดยจำเลยทั้งหมดผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้และเป็นผู้เล่นหรือลูกค้าคนแทง เห็นว่า แม้พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. ๒๔๗๘ มาตรา ๑๒ (๑) ได้กำหนดโทษ ผู้เข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นการพนันตามบัญชี ก. หมายเลข ๑๑ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ ๓ เดือนขึ้นไปจนถึง ๓ ปี และปรับตั้งแต่ ๕๐๐ บาท ขึ้นไปจนถึง ๕,๐๐๐ บาท ด้วยอีกโสดหนึ่ง เว้นแต่ผู้เข้าเล่นหรือเข้าพนันที่เรียกว่า ลูกค้า ให้จำคุกไม่เกิน ๓ ปี หรือปรับไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งแยกบทกำหนดโทษสำหรับผู้เข้าเล่นหรือ เข้าพนันที่ไม่ได้เรียกว่าลูกค้า เป็นบทหนึ่ง และสำหรับผู้เข้าเล่นหรือเข้าพนันที่เรียกว่าลูกค้า เป็นอีกบทหนึ่งก็ตาม จำเลยทั้งยี่สิบสองก็มีเพียงเจตนาเดียวคือ เข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นการพนันป๊อกแปดเก้า ดังนั้นการที่จำเลยทั้งยี่สิบสองผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้และเป็นผู้เล่นหรือเป็นลูกค้าคนแทง การกระทำของจำเลยทั้งยี่สิบสองเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่จำเลยทั้งยี่สิบสองในความผิดฐานเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ที่ศาลล่างทั้งสองเรียงกระทงลงโทษจำเลยทั้งยี่สิบสองในความผิดฐานเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้และเป็นผู้เล่นหรือลูกค้าคนแทงรวม ๒ กระทงนั้น เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้องและเนื่องจากเป็นเหตุอยู่ในลักษณะคดีจึงให้มีผลถึงจำเลยอื่น ๆ ที่มิได้ฎีกาด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๓ ประกอบมาตรา ๒๒๕ พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานเป็นเจ้ามือและฐานเป็นผู้เล่นเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยทั้งยี่สิบสองในความผิดเป็นเจ้ามือซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ให้จำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๖ เดือน รวมกับโทษในความผิดฐานเป็นผู้จัดให้มีการเล่นจำคุก ๖ เดือน เข้าด้วยแล้วรวมจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๑๒ เดือน จำคุกจำเลยที่ ๓ ที่ ๙ ที่ ๑๑ ถึงที่ ๑๓ ที่ ๑๕ ที่ ๑๗ ถึงที่ ๒๐ คนละ ๖ เดือน จำคุกจำเลยที่ ๑๔ และที่ ๑๖ คนละ ๖ เดือน และปรับคนละ ๕,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๒ ที่ ๔ ถึงที่ ๘ ที่ ๑๐ ที่ ๒๑ และที่ ๒๒ เคยกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการพนันฯมาก่อนและพ้นโทษยังไม่ครบสามปี ให้วางโทษทวีคูณตามมาตรา ๑๔ ทวิ (๑) จำคุกคนละ ๑ ปี จำเลยทั้งยี่สิบสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๖ เดือน จำคุกจำเลยที่ ๓ ที่ ๙ ที่ ๑๑ ถึงที่ ๑๓ ที่ ๑๕ ที่ ๑๗ ถึงที่ ๒๐ คนละ ๓ เดือน จำคุกจำเลยที่ ๑๔ และที่ ๑๖ คนละ ๓ เดือน และปรับคนละ ๒,๕๐๐ บาท จำคุกจำเลยที่ ๒ ที่ ๔ ถึงที่ ๘ ที่ ๑๐ ที่ ๒๑ และที่ ๒๒ คนละ ๖ เดือน และให้นำโทษจำคุก ๓ เดือนของจำเลยที่ ๗ ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๒๖๔๘/๒๕๔๐ ของศาลชั้นต้นมาบวกกับโทษในคดีนี้ รวมเป็นจำคุกจำเลยที่ ๗ มีกำหนด ๙ เดือน โทษจำคุกของจำเลยที่ ๑๔ และที่ ๑๖ ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๓ ปี และคุมความประพฤติไว้ ๒ ปี นับตั้งแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้จำเลยที่ ๑๔ และที่ ๑๖ ฟัง โดยให้จำเลยที่ ๑๔ และที่ ๑๖ ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติปีละ ๓ ครั้ง มีกำหนด ๒ ปี ตามเงื่อนไขและกำหนดระยะเวลาที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรกำหนด ให้จำเลยที่ ๑๔ และที่ ๑๖ ละเว้นการประพฤติใดอันอาจนำไปสู่การกระทำความผิดทำนองนี้อีก กับให้กระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยที่ ๑๔ และที่ ๑๖ เห็นสมควรมีกำหนดคนละ ๓๐ ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามมาตรา ๒๙, ๓๐ ให้จำเลยที่ ๑๔ และที่ ๑๖ จ่ายเงินสินบนนำจับกึ่งหนึ่งของค่าปรับแก่ผู้นำจับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๒ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1054/2543 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงเชียงใหม่ โจทก์ นายประเสริฐ ปทุมเรือง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงเชียงใหม่ · จำเลย - นายประเสริฐ ปทุมเรือง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สกนธ์ กฤติยาวงศ์ · ทองหล่อ โฉมงาม · ธำรงศักดิ์ ขมะวรรณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายโชค จงสงวน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 1891/2500ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 5598/2540ฎีกา 633/2540ฎีกา 3911/2568ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 7281/2537ฎีกา 3814/2549ฎีกา 1666/2521ฎีกา 726/2487ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา