คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1304/2543
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าหนี้มีหนังสือขอให้หักเงินบำเหน็จของลูกหนี้เพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามยอม โดยที่ลูกหนี้ยังไม่ผิดนัด ถือเป็นการโต้แย้งสิทธิของลูกหนี้นอกเหนือการบังคับคดีตามคำพิพากษาตามยอม ลูกหนี้ชอบที่จะฟ้องเป็นคดีต่างหากเพื่อว่ากล่าวเจ้าหนี้
ย่อคำพิพากษา
แม้ข้อเท็จจริงจะรับฟังได้ตามที่จำเลยที่ 1 กล่าวอ้างว่า คดีอยู่ระหว่างจำเลยที่ 1 ผ่อนชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาลพิพากษาตามยอมและจำเลยที่ 1 ยังมิได้ผิดนัด การที่โจทก์มีหนังสือขอให้ศาลจังหวัดสุรินทร์หักเงินบำเหน็จที่จำเลยที่ 1 จะได้รับเนื่องจากการลาออกจากราชการเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์ตามคำพิพากษาตามยอมเป็นการไม่ชอบนั้น ก็เป็นเรื่องที่โจทก์มิได้มีการบังคับคดีจำเลยที่ 1 ตาม ป.วิ.พ.ภาค 4 แต่เป็นเรื่องที่โจทก์โต้แย้งสิทธิของจำเลยที่ 1 นอกเหนือการบังคับคดีตามคำพิพากษาตามยอม จำเลยที่ 1 ชอบที่จะไปว่ากล่าวโจทก์เป็นอีกคดีหนึ่งต่างหาก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - สหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงยุติธรรม จำกัด · จำเลย - นายสงวน บุญเลื่อน กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชวลิต ธรรมฤาชุ · สมชัย เกษชุมพล · สุมิตร สุภาดุลย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสุนทร ทรงฤกษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นางคำนวน เทียมสอาด |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา