คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3173/2543
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การตกลงท้ากันเรื่องแนวเขตที่ดินจะผูกพันคู่กรณีเมื่อผลการรังวัดปรากฏตามที่ตกลงกันไว้ โดยคำว่า "สิ่งปลูกสร้างใดๆ ของจำเลยอยู่ในแนวเขตที่ดิน" หมายถึงสิ่งปลูกสร้างทั้งหลังต้องอยู่ในแนวเขตที่ดิน ไม่ใช่เพียงบางส่วนที่ล้ำเข้าไป.
ย่อคำพิพากษา
โจทก์จำเลยได้ตกลงท้ากันมีข้อความว่า ให้เจ้าพนักงานที่ดินไปรังวัดตรวจสอบที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) หากผลการรังวัดปรากฏว่ามีสิ่งปลูกสร้างใด ๆ ของจำเลยอยู่ในแนวเขตที่ดินดังกล่าวจำเลยยอมถือว่าเป็นที่ดินของโจทก์ ยอมขนย้ายข้าวของและบริวารออกไปจากเขตที่ดินดังกล่าวทันที หากผลการรังวัดปรากฏว่าบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างที่จำเลยอยู่อาศัยไม่ได้อยู่ในที่ดินดังกล่าว โจทก์ยอมถอนฟ้อง และจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับบ้านพิพาทอีกต่อไป ตามคำท้าดังกล่าว คำว่า "สิ่งปลูกสร้างใด ๆ ของจำเลยอยู่ในแนวเขตที่ดิน"หมายถึงต้องเป็นบ้านเรือนที่จำเลยอยู่อาศัยทั้งหลังอยู่ในแนวเขตที่ดิน ไม่ใช่ล้ำเข้าไปในแนวเขตที่ดินเพียงส่วนใดส่วนหนึ่ง เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า บ้านเรือนที่จำเลยอยู่อาศัยไม่ได้อยู่ในแนวเขตที่ดินของโจทก์ เพียงแต่ล้ำแนวเขตที่ดินเพียง 2 ตารางวาเท่านั้น โจทก์จึงต้องแพ้คดี
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเนติ ตันติมนตรี · บุตรพรหม - นายสำลี บุตรพรหม โดยนางหนูเดือน · จำเลย - ้เข้าเป็นคู่ความแทน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วัฒนชัย โชติชูตระกูล · ชวลิต ศรีสง่า · วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเชียงราย - นายชาญศักดิ์ เชิดสงวน · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายสุนทร นาเนกรังสรรค์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา