⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2988-2993/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2988-2993/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแถลงรับข้อเท็จจริงและตกลงท้ากันให้ถือเอาผลคำพิพากษาในคดีก่อนเป็นข้อแพ้ชนะในคดีนี้ ถือเป็นการตกลงให้ผลคำพิพากษาในคดีก่อนเป็นเด็ดขาด ไม่ใช่การตกลงเฉพาะประเด็นใดประเด็นหนึ่ง

ย่อคำพิพากษา

การที่โจทก์จำเลยแถลงรับกันว่าข้อเท็จจริงในคดีก่อนเป็นอย่างเดียวกับคดีนี้และตกลงท้ากันว่า ถ้าศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยชนะคดี จำเลยก็ชนะคดีทุกประเด็นนั้นเป็นเรื่องขอให้ถือเอาผลคำพิพากษาฎีกาในคดีก่อนเป็นข้อสำคัญที่จะให้โจทก์หรือจำเลยแพ้คดีหาใช่ถือเอาผลคำวินิจฉัยในประเด็นข้อใดข้อหนึ่งเป็นข้อแพ้ชนะไม่ ฉะนั้น เมื่อคดีก่อนศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยวินิจฉัยว่าสัญญาระหว่างโจทก์จำเลยเป็นการจ้างที่มีกำหนดเวลาไว้แน่นอน และที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยทำสัญญาจ้างเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายค่าชดเชย เป็นการพิพากษานอกประเด็น ผลก็คือโจทก์แพ้คดีโดยศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง จึงตรงตามคำท้าแล้วจำเลยย่อมชนะคดีโดยไม่จำต้องสืบพยาน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม.2

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าและไม่จ่ายค่าชดเชย จำเลยทำสัญญาจ้างโจทก์โดยกำหนดระยะเวลาจ้างเป็นช่วง ๆ เมื่อหมดสัญญาจ้างก็ต่อสัญญาจ้างไปเรื่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่งานของจำเลยยังไม่เสร็จตามโครงการ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่จ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายสัญญาจ้างจึงเป็นสัญญาที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างแน่นอน จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหายค่าชดเชย และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า จำเลยให้การว่า จำเลยได้จ้างโจทก์เพื่อทำงานในโครงการทางด่วนพิเศษโดยมีกำหนดเวลาการจ้างแน่นอนและระบุรายละเอียดไว้ในสัญญาโดยชัดแจ้ง งานที่จำเลยจ้างโจทก์เป็นงานที่ใช้แรงงานซึ่งมีลักษณะเป็นไปตามฤดูกาลและความจำเป็นของงานแต่ละช่วง จำเลยไม่มีเจตนาที่จะหลีกเลี่ยงไม่จ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์เมื่อเลิกจ้างโจทก์ทราบดีอยู่แล้วว่าสัญญาจ้างจะสิ้นสุดลงเมื่อใด จำเลยเลิกจ้างโจทก์เมื่อครบกำหนดเวลาจ้าง โจทก์ไม่ได้รับความเสียหายจึงไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยและค่าเสียหาย ขอให้พิพากษายกฟ้อง ศาลแรงงานกลางกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า ๑. จำเลยทำสัญญาจ้างเพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดในการจ่ายค่าชดเชยหรือไม่ ๒. จำเลยต้องจ่ายเงินสินจ้างที่เลิกจ้างโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าหรือไม่ ๓. การเลิกจ้างเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่และค่าเสียหาย ในวันนัดพิจารณาโจทก์จำเลยแถลงว่า คดีนี้กับคดีหมายเลขแดงที่ ๑๖๐๔/๒๕๒๔ ของศาลแรงงานกลาง มีข้อเท็จจริงอย่างเดียวกัน คดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกาโจทก์จำเลยตกลงกันขอให้ถือเอาคดีดังกล่าวเป็นข้อแพ้ชนะในคดีนี้ ถ้าศาลฎีกาพิพากษาให้โจทก์ชนะ จำเลยก็แพ้ในประเด็นข้อ ๑ ส่วนประเด็นข้อ ๒, ๓ ให้ศาลพิพากษาตามรูปคดี ถ้าศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยชนะ จำเลยก็ชนะคดีทั้งสามประเด็นต่อมาศาลฎีกาพิพากษาในคดีนั้นให้ยกฟ้องโจทก์ โดยวินิจฉัยว่า สัญญาจ้างระหว่างโจทก์จำเลยเป็นการจ้างที่กำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอน การที่ศาลแรงงานกลางฟังว่าการทำสัญญาจ้างเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายค่าชดเชยเป็นการพิพากษานอกฟ้อง ปรากฏตามคำพิพากษาฎีกาที่ ๓๗๒๖/๒๕๒๔ ศาลแรงงานกลางเห็นว่าเมื่อศาลฎีกาพิพากษาว่าเป็นเรื่องนอกประเด็น เท่ากับไม่ได้วินิจฉัยในประเด็นข้อ ๑ ให้นัดสืบพยานต่อไป ในวันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์จำเลยตกลงกันขอให้ศาลวินิจฉัยตามคำท้าดังกล่าวข้างต้นและผลตามคำพิพากษาฎีกาที่ ๓๗๒๖/๒๕๒๔ ว่า ศาลจะต้องพิพากษาให้จำเลยชนะคดีโดยไม่ต้องสืบพยานตามคำท้าหรือไม่ ถ้าศาลวินิจฉัยถึงที่สุดว่าจะต้องพิพากษาให้จำเลยชนะคดีโดยไม่ต้องสืบพยาน โจทก์ยอมแพ้ ถ้าศาลวินิจฉัยถึงที่สุดว่าจะต้องสืบพยานต่อไป จำเลยยอมแพ้ และโจทก์คงติดใจเรียกร้องแต่ค่าชดเชยเท่านั้น ต่างฝ่ายต่างไม่ติดใจสืบพยาน ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ศาลฎีกาพิพากษาว่าการที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าคดีรับฟังได้ว่าการทำสัญญาจ้างก็เพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายค่าชดเชย เป็นการพิพากษานอกฟ้อง พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ เท่ากับศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยว่าสัญญาจ้างเป็นการหลีกเลี่ยงกฎหมายหรือไม่ตามประเด็นที่ท้ากัน ต้องสืบพยานกันต่อไป จำเลยจึงต้องแพ้คดีตามคำท้า พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ก่อนที่โจทก์จำเลยจะตกลงท้ากันต่างแถลงรับกันว่าข้อเท็จจริงในคดีก่อนเป็นอย่างเดียวกับคดีนี้ ที่โจทก์จำเลยท้ากันว่าถ้าศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยชนะคดี จำเลยก็ชนะคดีทุกประเด็น เป็นเรื่องที่โจทก์จำเลยขอให้ถือเอาผลคำพิพากษาในคดีก่อนเป็นข้อสำคัญที่จะให้โจทก์หรือจำเลยแพ้คดี หาใช่ให้ถือเอาผลคำวินิจฉัยของศาลฎีกาในประเด็นข้อใดข้อหนึ่งเป็นข้อแพ้ชนะไม่ ฉะนั้นเมื่อคดีก่อนศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยวินิจฉัยสัญญาจ้างแรงงานระหว่างโจทก์จำเลยเป็นการจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาไว้แน่นอนและที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าโจทก์ทำสัญญาจ้างกับจำเลยเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์เป็นการพิพากษานอกประเด็น ผลก็คือโจทก์ในคดีก่อนแพ้คดีโดยศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง เท่ากับผลคำพิพากษาฎีกานั้นได้เป็นไปตรงคำท้าของโจทก์จำเลยในคดีนี้แล้วจำเลยย่อมชนะคดีโดยไม่จำเป็นต้องสืบพยานต่อไปอีก โจทก์จึงต้องแพ้คดีตามคำท้า พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2988 - 2993/2525 นายสุบิน บัวลา กับพวก โจทก์ บริษัทสุมิโตโมคอนสตั๊กชั่น จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุบิน บัวลา กับพวก · จำเลย - บริษัทสุมิโตโมคอนสตั๊กชั่น จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุสิต วราโห · ขจร หะวานนท์ · ไพศาล สว่างเนตร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2660/2536ฎีกา 3996/2541ฎีกา 1415/2540ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4991/2552ฎีกา 2752/2537ฎีกา 789/2544ฎีกา 7168/2542ฎีกา 4041/2542ฎีกา 4473/2541ฎีกา 1765/2492ฎีกา 859/2527ฎีกา 5712/2541ฎีกา 1591/2495ฎีกา 70/2518ฎีกา 4282/2536ฎีกา 591/2513ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 82/2512ฎีกา 6528/2537ฎีกา 7907/2551ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา