⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4541/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4541/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ยังไม่บรรลุผลสำเร็จตามเจตนาของผู้กระทำ ถือเป็นความผิดฐานพยายามกระทำความผิดนั้น

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยที่ 2 รับเงินของกลางจากสายลับที่มาล่อซื้อเมทแอมเฟตามีน แล้วติดต่อให้จำเลยที่ 1 ซึ่งมีเมทแอมเฟตามีนของกลาง 5 เม็ดมายังหอพักที่เกิดเหตุ โดยเดินทางมาถึงพร้อมกัน พฤติการณ์ดังกล่าวจึงบ่งชี้ว่าจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันขายเมทแอมเฟตามีนแก่สายลับ แต่การที่จำเลยที่ 2 ตกลงขายเมทแอมเฟตามีนและรับเงินจำนวน 200 บาท ที่สายลับนำมาล่อซื้อเก็บไว้ แล้วติดต่อให้จำเลยที่ 1 นำเมทแอมเฟตามีนมาส่งมอบแก่สายลับ และถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมเสียก่อนที่จะมีการส่งมอบเมทแอมเฟตามีนกัน การซื้อขายเมทแอมเฟตามีนระหว่างจำเลยทั้งสองจึงไม่สำเร็จบริบูรณ์ การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นเพียงความผิดฐานพยายามขายเมทแอมเฟตามีนและฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 ม.62 พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 ม.89 พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 ม.106

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๔, ๖, ๑๓ ทวิ, ๖๒, ๘๙, ๑๐๖ คืนธนบัตรของกลางแก่เจ้าของ นับโทษจำเลยที่ ๑ ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๓๘๐๓/๒๕๓๙ และนับโทษจำเลยที่ ๒ ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๓๘๐๔/๒๕๓๙ ของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๓ ทวิ วรรคหนึ่ง, ๘๙, ๖๒ วรรคหนึ่ง, ๑๐๖ วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานร่วมกันขายวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ขณะกระทำผิดจำเลยที่ ๑ มีอายุไม่เกิน ๑๗ ปี ส่วนจำเลยที่ ๒ มีอายุไม่เกิน ๒๐ ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๕ และ ๗๖ ลงโทษจำเลยคนละ ๒ ปี ๖ เดือน คำรับสารภาพในชั้นจับกุมของจำเลยทั้งสอง เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกคนละ ๒๐ เดือน คืนธนบัตรของกลางแก่เจ้าของ ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยที่ ๑ ต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๓๘๐๓/๒๕๓๙ กับนับโทษจำเลยที่ ๒ ต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๓๘๐๔/๒๕๓๙ นั้น ไม่ปรากฏว่า ศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสอง จึงให้ยกคำขอส่วนนี้ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า เมื่อจำเลยที่ ๒ รับธนบัตรของกลางจากสายลับที่มาล่อซื้อเมทแอมเฟตามีน แล้วติดต่อให้จำเลยที่ ๑ ซึ่งมีเมทแอมเฟตามีนของกลาง จำนวน ๕ เม็ด มายังหอพักที่เกิดเหตุ โดยเดินทางมาถึงพร้อมกัน พฤติการณ์ดังกล่าวบ่งชี้ว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันขายเมทแอมเฟตามีนของกลางแก่สายลับ โดยจำเลยที่ ๒ ตกลงขายเมทแอมเฟตามีนและรับเงินจำนวน ๒๐๐ บาท ที่สายลับนำมาล่อซื้อเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกง แล้วติดต่อให้จำเลยที่ ๑ นำเมทแอมเฟตามีนมาส่งมอบแก่สายลับ แต่ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมเสียก่อน การซื้อขายเมทแอมเฟตามีนระหว่างจำเลยทั้งสองกับสายลับจึงไม่สำเร็จบริบูรณ์ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นเพียงความผิดฐานพยายามขายเมทแอมเฟตามีนของกลางจำนวน ๕ เม็ด และฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่รับอนุญาตเท่านั้น พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานพยายามขายวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท และฐานมีวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทไว้ในครอบครอง ตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๓ ทวิ วรรคหนึ่ง, ๘๙, ๖๒ วรรคหนึ่ง, ๑๐๖ วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐, ๘๓ เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานพยายามขายวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ขณะกระทำผิดจำเลยที่ ๑ อายุไม่เกิน ๑๗ ปี จำเลยที่ ๒ อายุไม่เกิน ๒๐ ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๕ และ ๗๖ ลงโทษจำคุกคนละ ๑ ปี ๘ เดือน คำรับสารภาพชั้นจับกุมของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกคนละ ๑๓ เดือน ๑๐ วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๖. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4541/2543 พนักงานอัยการจังหวัดกำแพงเพชร โจทก์ นายประวัติ พงษ์สุวิเชษศักดิ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดกำแพงเพชร · จำเลย - นายประวัติ พงษ์สุวิเชษศักดิ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุเทพ เจตนาการณ์กุล · ระพิณ บุญสิทธิ์ · วิชัย วิสิทธวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกำแพงเพชร - นายสุธี ปิ่นนิกร · ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายกฤษณ์ ผือโย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1891/2500ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 861/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 1268/2515ฎีกา 5598/2540ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 633/2540ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 3578/2531ฎีกา 3237/2543ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2936/2543ฎีกา 11/2539ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1/2567ฎีกา 5957/2530ฎีกา 1727/2539ฎีกา 1386/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา