⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 507/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 507/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ผู้กระทำแสดงเจตนาประสงค์ต่อทรัพย์และใช้วิธีการข่มขู่หรือใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้ได้ทรัพย์นั้น ถือเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ แม้จะมีมูลเหตุจูงใจอื่นใดก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมในทันใดภายหลังเกิดเหตุและให้การวันเดียวกันนั้นว่า จำเลยกับ ต. ตกลงกันว่าหากพบเห็นนักศึกษาต่างโรงเรียนก็ให้แย่งเสื้อตัวที่นักศึกษาของสถาบันนั้นมาให้ได้ โดยไม่ปรากฏข้อความใดว่าจำเลยไม่มีเจตนาประสงค์ต่อทรัพย์ ทั้งพฤติการณ์ที่แสดงว่าจำเลยไม่มีเจตนาเช่นนั้น จำเลยก็มิได้กล่าวอ้างไว้ ตรงกันข้ามจำเลยกลับนำชี้ที่เกิดเหตุและแสดงท่าให้เจ้าพนักงานตำรวจถ่ายรูปไว้ประกอบคำรับสารภาพหลังจากรับทราบข้อกล่าวหาว่ากระทำผิดฐานชิงทรัพย์ ชั้นพิจารณาจำเลยก็มิเคยยกประเด็นขาดเจตนาลักทรัพย์ขึ้นแถลงต่อศาล คำรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนของจำเลยนั้นเชื่อว่าจำเลยกระทำด้วยความสมัครใจและตามความเป็นจริงเพราะจำเลยถูกจับกุมแทบจะทันใดภายหลังเกิดเหตุ จึงไม่อาจคิดหาข้อแก้ตัวเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดได้ทัน ทั้งตามพฤติการณ์ที่จำเลยจับเสื้อช๊อปของผู้เสียหายไว้ขณะที่พูดขอเสื้อ ครั้นถูกปฏิเสธจำเลยจึงล้วงมีดคัทเตอร์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง เมื่อผู้เสียหายถูกพวกของจำเลยต่อย จำเลยก็เข้าชกต่อยผู้เสียหายจนกระทั่งได้เสื้อช๊อปของผู้เสียหายมา เข้าลักษณะเป็นการคุกคามขู่เข็ญให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายแก่กายหากผู้เสียหายไม่ยอมตามที่จำเลยต้องการ ผู้เสียหายถอดเสื้อช๊อปให้จำเลยเพราะกลัวว่าจะถูกทำร้ายอีก จึงมิใช่การให้ทรัพย์ด้วยความสมัครใจแต่เป็นไปเพราะอยู่ใต้อำนาจบังคับของจำเลย จำเลยได้ไปซึ่งเสื้อช๊อปของผู้เสียหายแล้วจึงหยุดขู่เข็ญพร้อมกลับลงจากรถโดยสารคันเกิดเหตุ อันเป็นเครื่องแสดงเจตนาว่าจำเลยประสงค์ต่อเสื้อช๊อปเป็นสำคัญ จำเลยจึงมีความผิดฐานชิงทรัพย์ ส่วนที่จำเลยอ้างว่ากระทำไปเพราะต้องการแสดงความกล้าและความสามารถให้รุ่นพี่ของจำเลยเห็นนั้นเป็นเพียงมูลเหตุจูงใจที่ชักนำให้จำเลยตัดสินใจกระทำความผิด ไม่มีผลให้จำเลยพ้นจากความรับผิดไปได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายอาญา ม.1 ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.339

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีกหนึ่งคนที่หลบหนี ร่วมกันใช้มีดคัทเตอร์เป็นอาวุธขู่เข็ญว่าจะแทงทำร้ายร่างกายนายกิตติ วาสนาวิน ผู้เสียหาย และใช้กำลังประทุษร้ายชกต่อยผู้เสียหายบริเวณใบหน้า ทำให้ฟกช้ำและถลอกอันเป็นอันตรายแก่กายทั้งนี้เพื่อให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์เสื้อช๊อปแขนสั้น 1 ตัว ราคา 250 บาทของผู้เสียหายและพาทรัพย์นั้นไป โดยจำเลยกับพวกร่วมกันกระทำผิดบนรถโดยสารประจำทางอันเป็นยวดยานสาธารณะ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 33, 83, 339 ริบมีดคัทเตอร์ของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสาม (ประกอบด้วยมาตรา 83)ขณะกระทำความผิดจำเลยอายุ 18 ปีเศษ เห็นสมควรลดมาตราส่วนโทษกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 จำคุก 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน ริบมีดคัทเตอร์ของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว จำเลยให้การรับสารภาพว่าได้กระทำผิดตามฟ้อง โจทก์นำสืบพยานประกอบคำรับสารภาพโดยจำเลยไม่สืบพยานหักล้างและข้อเท็จจริงที่จำเลยมิได้ฎีกาคัดค้านประกอบกัน จึงรับฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่าในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยพูดขอเสื้อช๊อปที่ผู้เสียหายสวมใส่อยู่ผู้เสียหายไม่ยอม จำเลยล้วงมีดคัทเตอร์ของกลางจากกระเป๋ากางเกงด้านหลังผู้เสียหายจับมือจำเลยข้างที่ถือมีดจึงถูกพวกของจำเลยชกที่แก้ม จำเลยเก็บมีดและชกผู้เสียหายที่ปาก ผู้เสียหายยอมถอดเสื้อช๊อปให้จำเลย จำเลยลงจากรถโดยสารและถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุม จำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่มีเจตนาเอาเสื้อช๊อปมาเป็นประโยชน์แก่ตน หากแต่กระทำไปเพื่อแสดงความสามารถให้รุ่นพี่ได้เห็นและยอมรับว่าจำเลยเป็นคนเก่งกล้าการกระทำของจำเลยที่ไม่ประสงค์ต่อทรัพย์จึงไม่เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ ปัญหาวินิจฉัยมีว่าจำเลยกระทำผิดดังฟ้องหรือไม่ เห็นว่า จำเลยถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมในทันใดภายหลังเกิดเหตุและให้การยอมรับต่อพนักงานสอบสวนในวันเดียวกันนั้นว่า จำเลยกับนายตั้มตกลงกันว่าหากพบเห็นนักศึกษาต่างโรงเรียนก็ให้แย่งเสื้อตัวที่นักศึกษาของสถาบันนั้นมาให้ได้ ตามบันทึกคำให้การของผู้ต้องหาเอกสารหมาย จ.8 โดยไม่ปรากฏข้อความใดว่าจำเลยไม่มีเจตนาประสงค์ต่อทรัพย์ ทั้งพฤติการณ์ที่แสดงว่าจำเลยไม่มีเจตนาเช่นนั้น จำเลยก็มิได้กล่าวอ้างไว้ ในทางตรงกันข้ามจำเลยกลับนำชี้ที่เกิดเหตุและแสดงท่าให้เจ้าพนักงานตำรวจถ่ายรูปไว้ประกอบคำรับสารภาพหลังจากรับทราบข้อกล่าวหาว่ากระทำผิดฐานชิงทรัพย์ ชั้นพิจารณาจำเลยยื่นคำร้องต่อศาลให้ลงโทษสถานเบา จำเลยก็มิเคยยกประเด็นขาดเจตนาลักทรัพย์ขึ้นแถลงต่อศาลชั้นต้น เพิ่งจะหยิบยกขึ้นในชั้นอุทธรณ์ก็เพราะศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยโดยไม่รอการลงโทษ เกี่ยวกับคำรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนของจำเลยนั้นเชื่อว่าจำเลยกระทำด้วยความสมัครใจและตามความเป็นจริงเพราะจำเลยถูกจับกุมแทบจะทันใดภายหลังเกิดเหตุ จึงไม่อาจคิดหาข้อแก้ตัวเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดได้ทัน และได้ความตามคำเบิกความของผู้เสียหายว่าผู้เสียหายกลัวว่าจำเลยกับพวกจะรุมทำร้ายอีก จึงถอดเสื้อให้จำเลยไปตามพฤติการณ์ที่จำเลยจับเสื้อช๊อปของผู้เสียหายไว้ขณะพูดขอเสื้อ ครั้นถูกปฏิเสธจำเลยจึงล้วงมีดคัทเตอร์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงด้านหลัง เมื่อผู้เสียหายถูกพวกของจำเลยต่อย จำเลยก็เข้าชกต่อยผู้เสียหายจนกระทั่งได้เสื้อช๊อปของผู้เสียหายมาเช่นนี้เข้าลักษณะเป็นการคุกคามขู่เข็ญให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายแก่กายหากผู้เสียหายไม่ยอมตามที่จำเลยต้องการ ผู้เสียหายถอดเสื้อช๊อปให้จำเลยเพราะเกรงกลัวว่าจะถูกทำร้ายอีก จึงมิใช่การให้ทรัพย์ด้วยความสมัครใจแต่เป็นไปเพราะอยู่ใต้อำนาจบังคับของจำเลย จำเลยได้ไปซึ่งเสื้อช๊อปของผู้เสียหายแล้วจึงหยุดขู่เข็ญพร้อมกลับลงจากรถโดยสารคันเกิดเหตุ เป็นเครื่องแสดงเจตนาว่าจำเลยประสงค์ต่อทรัพย์คือเสื้อช๊อปเป็นสำคัญ จำเลยจึงมีความผิดดังฟ้อง ที่จำเลยฎีกาอ้างว่ากระทำไปเพราะเป็นการแสดงความกล้าให้รุ่นพี่ของจำเลยเห็นว่าจำเลยมีความสามารถนั้นเป็นเพียงมูลเหตุจูงใจที่ชักนำให้จำเลยตัดสินใจกระทำความผิดไม่มีผลให้จำเลยพ้นจากความรับผิดไปได้คำพิพากษาศาลฎีกาที่จำเลยอ้างข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 507/2543 พนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นาย วัฒนศักดิ์ ศรีทองคำ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นาย วัฒนศักดิ์ ศรีทองคำ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุเทพ เจตนาการณ์กุล · ระพิณ บุญสิทธิ์ · จรัญ สิรันทวิเนติ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 185/2535ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 2530/2527ฎีกา 824/2535ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 213/2554ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 729/2483ฎีกา 1148/2534ฎีกา 3578/2531ฎีกา 2963/2535ฎีกา 831/2541ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 778/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ