⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5595/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5595/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
โจทก์มีสิทธิขอถอนฟ้องคดีเมื่อใดก็ได้ โดยศาลจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล และหากศาลอนุญาตให้ถอนฟ้อง โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องคดีใหม่ได้.

ย่อคำพิพากษา

ขณะที่โจทก์ขอถอนฟ้อง โจทก์และฝ่ายจำเลยต่างยังไม่มีฝ่ายใดนำพยานเข้าสืบเพื่อสนับสนุนคำฟ้องและคำให้การของฝ่ายตน ซึ่งข้อเท็จจริงจะเป็นตามคำฟ้องของโจทก์หรือคำให้การของฝ่ายจำเลย จะรับฟังได้เพียงใดอยู่ที่พยานหลักฐานที่ต่างนำเข้าสืบสนับสนุนคำฟ้องและคำให้การของฝ่ายตน เมื่อยังไม่มีฝ่ายใดนำพยานเข้าสืบ การที่โจทก์ขอถอนฟ้องก็ไม่มีเหตุที่จะทำให้ฝ่ายจำเลยต้องเสียเปรียบโจทก์ในเชิงคดี แม้โจทก์ขอถอนฟ้องเพื่อนำคดีมาฟ้องใหม่ โดยการตั้งรูปคดีใหม่ตามที่ฝ่ายจำเลยคัดค้านก็ตาม ย่อมเป็นสิทธิของโจทก์ที่จะถอนฟ้องเมื่อใดก็ได้โดยอยู่ในเงื่อนไขและดุลพินิจของศาลที่จะสั่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 175 และเมื่อโจทก์ได้รับอนุญาตให้ถอนฟ้องแล้ว โจทก์มีสิทธิจะนำคดีมาฟ้องใหม่ได้ตามมาตรา 176 กรณีเช่นนี้ไม่อาจถือว่าโจทก์กระทำการโดยไม่สุจริตทำให้ฝ่ายจำเลยเสียเปรียบ ฉะนั้นศาลชั้นต้นชอบที่จะอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.175 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.176

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายที่จำเลยที่ 2 ในฐานะกัปตันเรือควบคุมเรือของจำเลยที่ 1 ด้วยความประมาทพุ่งชนท่าเทียบเรือของโจทก์ได้รับความเสียหายเป็นเงินทั้งสิ้น 63,793,141.90 บาท จำเลยที่ 1 ให้การว่า ค่าเสียหายที่โจทก์เรียกมาสูงเกินส่วน ขอให้ยกฟ้อง ก่อนถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ซึ่งถึงแก่ความตายก่อนที่โจทก์จะฟ้องคดีและยื่นคำร้องขอให้ศาลออกหมายเรียกนายสุชาติซึ่งเป็นกัปตันเรือที่แท้จริงเข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยร่วมให้การทำนองเดียวกันกับจำเลยที่ 1 ในวันนัดไต่สวนคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง ทนายจำเลยที่ 1 และทนายจำเลยร่วมคัดค้านว่า ทำให้จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมเสียเปรียบในรูปคดี ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า คดีนี้ยังมิได้สืบพยานโจทก์และอยู่ระหว่างไต่สวนคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวของโจทก์ เพื่อความสะดวกแก่การพิจารณาและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม จึงอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องได้ตามขอ จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ คืนค่าขึ้นศาลให้โจทก์เป็นกรณีพิเศษ 175,000 บาท จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในชั้นนี้ว่า การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องเป็นการชอบแล้วหรือไม่ ที่จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมฎีกาสรุปได้ว่า ที่โจทก์ถอนฟ้องนั้น เป็นการกระทำโดยไม่สุจริต ทำให้จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมเสียเปรียบ เพราะโจทก์พิจารณาแล้วเห็นว่าหากสืบพยานดำเนินคดีต่อไป โจทก์ไม่มีทางชนะคดีแน่นอน เห็นว่า เมื่อโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยแล้ว ในเบื้องต้นก็เป็นสิทธิของโจทก์จะถอนฟ้องเสียเมื่อใดก็ได้ โดยอยู่ในเงื่อนไขและดุลพินิจของศาลที่จะสั่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 175 เมื่อมีการถอนฟ้องแล้วตาม ป.วิ.พ. มาตรา 176 มีผลลบล้างผลแห่งการยื่นคำฟ้องนั้น รวมทั้งกระบวนพิจารณาอื่น ๆ อันมีมาต่อภายหลังยื่นคำฟ้อง และกระทำให้คู่ความกลับคืนเข้าสู่ฐานะเดิมเสมือนหนึ่งมิได้มีการยื่นฟ้องเลย ดังนั้น เมื่อโจทก์ถอนฟ้องแล้ว โจทก์ย่อมมีสิทธิจะนำคดีมาฟ้องใหม่ได้ การที่โจทก์ฟ้องคดีใหม่ โดยการตั้งรูปคดีใหม่เช่นที่จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมฎีกานั้น ไม่อาจถือได้ว่าโจทก์กระทำการไม่สุจริตทำให้จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมเสียเปรียบ ส่วนที่จะถือว่าโจทก์ถอนฟ้องทำให้จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมต้องเสียเปรียบ โจทก์ระทำไม่สุจริตไม่สมควรที่ศาลจะอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาถึงส่วนได้เสียของโจทก์ จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมในขณะถอนฟ้องว่าทำให้จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมเสียเปรียบหรือไม่ เมื่อข้อเท็จจริงตามสำนวนได้ความว่า ขณะที่โจทก์ขอถอนฟ้อง โจทก์ จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมต่างยังไม่มีฝ่ายใดนำพยานเข้าสืบเพื่อสนับสนุนคำฟ้องหรือคำให้การของฝ่ายตนเลย ทั้งคำฟ้องและคำให้การก็เป็นเพียงข้อความเบื้องต้นที่โจทก์บรรยายฟ้องกล่าวหาจำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมให้ต้องรับผิดต่อโจทก์อย่างไร และจำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมบรรยายคำให้การโต้เถียงข้อกล่าวหาของโจทก์ว่าตนไม่ต้องรับผิดเท่านั้น ซึ่งข้อเท็จจริงจะเป็นตามคำฟ้องหรือคำให้การจะรับฟังได้เพียงใดอยู่ที่พยานหลักฐานที่ต่างนำเข้าสืบสนับสนุนคำฟ้องและคำให้การของฝ่ายตน เมื่อยังไม่มีฝ่ายใดนำพยานเข้าสืบเช่นนี้ การที่โจทก์ขอถอนฟ้องก็ย่อมเห็นได้ว่าไม่มีเหตุที่จะทำให้จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมต้องเสียเปรียบโจทก์ในเชิงคดี ดังนั้นแม้จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมจะได้คัดค้านที่โจทก์ขอถอนฟ้อง ศาลชั้นต้นก็ใช้ดุลพินิจอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องได้โดยชอบตาม ป.วิ.พ. มาตรา 175 ดังเช่นที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5595/2543 บริษัทสยามซีพอร์ต เทอร์มิเนิ้ลและคลังสินค้า จำกัด โจทก์ บริษัทเอ็น คอน 1991 จำกัด กับพวก จำเลย นายสุชาติ น้ำหมั่นคง จำเลยร่วม

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทสยามซีพอร์ต เทอร์มิเนิ้ลและคลังสินค้า จำกัด · จำเลย - บริษัทเอ็น คอน 1991 จำกัด กับพวก · จำเลยร่วม - นายสุชาติ น้ำหมั่นคง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พินิจ เพชรรุ่ง · โนรี จันทร์ทร · โนรี จันทร์ทร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายกิจชัย จิตธารารักษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายพิชัย คุ้มพงษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6824/2546ฎีกา 3915/2534ฎีกา 6025/2538ฎีกา 6909/2543ฎีกา 1152/2538ฎีกา 2522/2531ฎีกา 2161/2538ฎีกา 575/2524ฎีกา 1020/2545ฎีกา 2240/2515ฎีกา 407/2544ฎีกา 2891/2537ฎีกา 516/2486ฎีกา 2606-2616/2529ฎีกา 3522/2529ฎีกา 2132/2538ฎีกา 581/2502ฎีกา 679/2506ฎีกา 728/2548ฎีกา 1466/2516ฎีกา 4003/2529ฎีกา 2002/2511ฎีกา 2370/2517ฎีกา 1272/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา