⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 599-600/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 599-600/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดอาญา ต้องมีการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่กฎหมายบัญญัติไว้เพื่อช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่ผู้กระทำความผิดก่อนหรือขณะกระทำความผิด การเพียงช่วยนับเงินและกลับออกไปโดยไม่มีส่วนรู้เห็นหรือช่วยเหลืออื่นใด ไม่ถือเป็นการเป็นผู้สนับสนุน

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83,341ข้อเท็จจริงในทางพิจารณาได้ความว่า ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุและขณะเกิดเหตุไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองกระทำการใด ๆ อันมีลักษณะร่วมกับ ว. หลอกลวง ท. กับโจทก์ร่วม และในวันที่ ท. รับเงินจำนวน 5,000,000 บาท ของโจทก์ร่วมไว้และส่งมอบให้แก่ ว. ในเวลาต่อมานั้น จำเลยทั้งสองเพียงช่วย ว. นับเงินดังกล่าวและกลับออกไปพร้อมกับ ว. โดยไม่ปรากฏพฤติกรรมของจำเลยทั้งสองที่จะคิดเห็นได้ว่าจำเลยทั้งสองมีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นแนะนำชักพา ช่วยพูดสนับสนุนหรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกก่อนหรือขณะที่ ท. ส่งมอบเงินของโจทก์ร่วมแก่ ว. จำเลยทั้งสองย่อมไม่มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงตามความในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.86

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน โดยเรียกจำเลยในสำนวนแรกเป็นจำเลยที่ 1 และจำเลยในสำนวนหลังเป็นจำเลยที่ 2 โจทก์ฟ้องทั้งสองสำนวนขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 341 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้เงินจำนวน 5,000,000 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นางละมัย ศรีอ่อน ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 ประกอบด้วยมาตรา 86 จำคุกคนละ 1 ปี ข้อหาและคำขออื่นให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์และโจทก์ร่วมไม่อุทธรณ์ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า พฤติการณ์ของจำเลยทั้งสองตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุและขณะเกิดเหตุไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองกระทำการใด ๆ อันมีลักษณะร่วมกับนายวรพงษ์หลอกลวงนายทนงกับโจทก์ร่วม จำเลยทั้งสองไม่มีความผิดฐานร่วมกับพวกฉ้อโกง คงมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยหรือไม่ เห็นว่า ตามทางพิจารณา ปรากฏจากพยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วมว่า ในวันที่นายทนงรับเงินจำนวน 5,000,000 บาท ของโจทก์ร่วมไว้และส่งมอบให้แก่นายวรพงษ์ในเวลาต่อมานั้น จำเลยทั้งสองเพียงช่วยนายวรพงษ์นับเงินดังกล่าวและกลับออกไปพร้อมกับนายวรพงษ์โดยไม่ปรากฏพฤติกรรมของจำเลยทั้งสองที่จะคิดเห็นได้ว่าจำเลยทั้งสองมีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นแนะนำชักพาช่วยพูดสนับสนุนหรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกก่อนหรือขณะที่นายทนงส่งมอบเงินของโจทก์ร่วมแก่นายวรพงษ์ จำเลยทั้งสองย่อมไม่มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงตามความในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 599 - 600/2543 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นาง ละมัย ศรีอ่อน โจทก์ นาง จิตรา สายด้วง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาง ละมัย ศรีอ่อน · จำเลย - นาง จิตรา สายด้วง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โนรี จันทร์ทร · พินิจ เพชรรุ่ง · ทวีวัฒน์ แดงทองดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3555/2568ฎีกา 3699-3739/2541ฎีกา 5299/2533ฎีกา 2700/2565ฎีกา 2299/2532ฎีกา 5865/2555ฎีกา 712/2559ฎีกา 955/2512ฎีกา 1090/2522ฎีกา 7364/2554ฎีกา 2597/2516ฎีกา 8275/2544ฎีกา 198/2564ฎีกา 3116/2527ฎีกา 4399-4400/2555ฎีกา 3153/2531ฎีกา 339/2519ฎีกา 274/2521ฎีกา 3595/2532ฎีกา 2530/2536ฎีกา 6591/2547ฎีกา 3962/2546ฎีกา 8117/2554ฎีกา 982-983/2505
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา