คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7007/2543
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเคลื่อนย้ายทรัพย์สินไปจากที่เดิม แม้เพียงเล็กน้อย ก็ถือเป็นการ "เอาทรัพย์ไป" โดยเจตนาทุจริตแล้ว
การใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการกระทำความผิด หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม จะต้องเป็นการใช้ยานพาหนะโดยมีเจตนาสนับสนุนการกระทำความผิดนั้นโดยตรง
ย่อคำพิพากษา
จำเลยนำรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายเคลื่อนออกมาจากคอกเก็บรถในระยะห่างประมาณ 3 เมตร หลังจากตัดต่อสายไฟสายตรงของสวิตช์กุญแจเปิดปิดเครื่องยนต์เข้าองค์ประกอบคำว่า "เอาทรัพย์ไป" แล้ว การกระทำของจำเลยจึงครบองค์ประกอบความผิดฐานลักทรัพย์
คนที่ขับรถของจำเลยเพียงแต่ขับรถยนต์มาส่งจำเลยกับพวกที่บ้านของผู้เสียหายก่อนเกิดเหตุและหลังจากเกิดเหตุแล้วก็ได้ขับวนเวียนในลักษณะคล้ายกับจะตามหาจำเลยกับพวกเท่านั้น คนที่ขับรถดังกล่าวไม่ได้ร่วมกับจำเลยกับพวกลักทรัพย์ผู้เสียหาย จึงไม่อาจถือได้ว่าจำเลยได้ใช้รถยนต์คันดังกล่าวเพื่อสะดวกในการลักทรัพย์หรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม จำเลยจึงไม่มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 336 ทวิ คงมีความผิดตามมาตรา 335 (1) (7) (8) วรรคสอง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 83, 91, 335, 336 ทวิ, 358 ริบรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน น - 1041 อำนาจเจริญ กรรไกรคีมตัดเหล็กและไขควงปากแบนของกลาง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (7) (8) วรรคสาม (ที่ถูกมาตรา 335 (1) (7) (8) วรรคสอง) ประกอบด้วยมาตรา 336 ทวิ, 358
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน
จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายเพียงแต่ถูกตัดสายไฟยังไม่ได้เคลื่อนย้ายออกจากที่จอด จึงยังไม่ครบองค์ประกอบความผิดฐานลักทรัพย์นั้น ผู้เสียหายเบิกความยืนยันว่ารถจักรยานยนต์จอดอยู่ห่างจากคอกเก็บรถจักรยานยนต์ประมาณ 3 เมตร และตามภาพถ่ายนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพของผู้ต้องหา ก็ระบุว่า ผู้ต้องหาแสดงท่าตอนร่วมกับนายพวงที่หลบหนีนำรถเคลื่อนออกมาจากคอกเก็บรถหลังจากกุญแจล็อกคอรถหักและตัดต่อสายไฟสายตรงของสวิตช์กุญแจปิดเปิดเครื่องยนต์แล้ว นำห่างออกมาจากคอกเก็บประมาณ 3 เมตรเศษ อันเป็นองค์ประกอบคำว่า "เอาทรัพย์ไป" แล้ว การกระทำของจำเลยจึงครบองค์ประกอบความผิดฐานลักทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 334 แล้ว
ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 336 ทวิ มานั้น เห็นว่า คนที่ขับรถของจำเลยเพียงแต่ขับรถยนต์คันที่จำเลยเช่าซื้อมาส่งจำเลยกับพวกที่บ้านของผู้เสียหายก่อนเกิดเหตุ และหลังจากเกิดเหตุแล้วก็ได้ขับวนเวียนในลักษณะคล้ายกับจะตามหาจำเลยกับพวกเท่านั้น คนที่ขับรถของจำเลยดังกล่าวไม่ได้ร่วมกับจำเลยกับพวกลักทรัพย์ผู้เสียหาย จึงไม่อาจถือได้ว่าจำเลยได้ใช้รถยนต์คันดังกล่าวเพื่อสะดวกในการลักทรัพย์หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม จำเลยจึงไม่มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 336 ทวิ คงมีความผิดตามมาตรา 335 (1) (7) (8) วรรคสอง เท่านั้น
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (7) (8) วรรคสอง?
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7007/2543
พนักงานอัยการจังหวัดยโสธร โจทก์
นายบุญชูหรือชู ภูผิวฟ้า จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดยโสธร · จำเลย - นายบุญชูหรือชู ภูผิวฟ้า |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชูชาติ ศรีแสง · ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช · สบโชค สุขารมณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดยโสธร - นางสาวสุวนี นภาภาค · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสุรพันธ์ ละอองมณี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา