⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7560/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7560/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อส่งสำเนาฎีกาให้แก่คู่ความอีกฝ่ายไม่ได้ ผู้ยื่นฎีกามีหน้าที่ต้องแถลงต่อศาลเพื่อดำเนินการต่อไปภายในกำหนดเวลา หากเพิกเฉย ถือเป็นการทิ้งฟ้องฎีกา

ย่อคำพิพากษา

แม้โจทก์ทั้งหกจะนำส่งสำเนาฎีกาให้แก่จำเลยทั้งสองตามคำสั่งศาลชั้นต้นแล้วก็ตาม แต่เมื่อส่งไม่ได้ โจทก์ทั้งหกก็ยังมีหน้าที่ต้องแถลงต่อศาลชั้นต้นเพื่อดำเนินการต่อไปภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ส่งไม่ได้ การที่โจทก์ทั้งหกเพิกเฉยไม่แถลงต่อศาลชั้นต้นเพื่อดำเนินการส่งสำเนาฎีกาให้แก่จำเลยทั้งสองภายในกำหนดเวลาตามคำสั่งศาลชั้นต้น จึงเป็นการทิ้งฟ้องฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 174 (2) ประกอบมาตรา 246 และมาตรา 247

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.174 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.246 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองและบริวารออกไปจากห้องไม่มีเลขที่ ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 166 เลขที่ดิน 121 ตำบลบางขุนพรม อำเภอดุสิต กรุงเทพมหานคร ด้านทิศใต้และห้ามยุ่งเกี่ยวกับห้องและที่ดินดังกล่าวอีก ให้จำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายจำนวน 140,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายอัตราเดือนละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองจะออกจากห้องไม่มีเลขที่ดังกล่าวและส่งมอบการครอบครองให้โจทก์ทั้งหก ให้จำเลยทั้งสองถอนคำคัดค้านการรังวัดสอบเขตของโจทก์ และลงนามรับรองแนวเขตที่โจทก์นำรังวัดสอบเขต หากไม่ยินยอมให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ทั้งหกไม่ได้เป็นเจ้าของห้องไม่มีเลขที่ตามฟ้อง ห้องดังกล่าวไม่ได้ตั้งอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 166 ของโจทก์แต่อย่างใด หากแต่ตั้งอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 164 ตำบลบางขุนพรม อำเภอดุสิต กรุงเทพมหานคร ซึ่งจำเลยทั้งสองได้ซื้อมาจากเจ้าของกรรมสิทธิ์เดิมซึ่งเจ้าของกรรมสิทธิ์เดิมได้ครอบครองตลอดมา โจทก์ทั้งหกไม่เคยโต้แย้งการครอบครองห้องดังกล่าว และไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใด จำเลยทั้งสองก็ได้เข้าครอบครองห้องดังกล่าวโดยสงบ เปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของสืบต่อจากผู้ครอบครองเดิมติดต่อกันจนปัจจุบันเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปีแล้ว และห้องดังกล่าวอาจนำออกให้เช่าได้ค่าเช่าเพียงเดือนละ 3,000 บาท เท่านั้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์ทั้งหกอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ทั้งหกฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปรากฏว่าโจทก์ทั้งหกยื่นฎีกาในวันที่ 25 พฤษภาคม 2543 ภายในกำหนดที่ได้รับอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นฎีกา โดยนายสนิทผู้รับมอบฉันทะจากทนายโจทก์ทั้งหกเป็นผู้ยื่นฎีกาและลงลายมือชื่อทราบนัดให้มาทราบคำสั่งในวันที่ 1 มิถุนายน 2543 ถ้าไม่มาให้ถือว่าทราบคำสั่งแล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันที่ 29 พฤษภาคม 2543 ว่ารับฎีกา ให้ผู้ฎีกานำส่งสำเนาฎีกาให้อีกฝ่ายภายใน 15 วัน มิฉะนั้นถือว่าทิ้งฎีกา หากส่งไม่ได้ให้แถลงภายใน 15 วัน เพื่อดำเนินการต่อไป ดังนี้ ต้องถือว่าโจทก์ทั้งหกทราบคำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวในวันที่ 1 มิถุนายน 2543 ต่อมาวันที่27 มิถุนายน 2543 นางวราภรณ์แทนหัวหน้าฝ่ายเดินหมายและประกาศ กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม เสนอรายงานของพนักงานเดินหมายต่อศาลชั้นต้นว่า เมื่อวันที่ 26 เดือนเดียวกัน พนักงานเดินหมายได้นำหมายนัดและสำเนาฎีกาไปส่งให้แก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 แล้ว แต่ส่งไม่ได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในรายงานของพนักงานเดินหมายดังกล่าวในวันที่ 30 มิถุนายน 2543 ว่ารอฟังโจทก์ทั้งหกแถลง หลังจากนั้นไม่ปรากฏว่าโจทก์ทั้งหกได้ยื่นคำแถลงใด ๆ ต่อศาลชั้นต้น จนวันที่ 20 กรกฎาคม 2543 นายประวัติหัวหน้างานรับฟ้องอุทธรณ์ฎีกา เสนอรายงานเจ้าหน้าที่ต่อศาลชั้นต้นว่า ศาลมีคำสั่งเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2543 ให้รอฟังโจทก์ทั้งหกแถลง ระยะเวลาได้ผ่านมานานพอสมควรแล้ว โจทก์ทั้งหกยังไม่แถลงเข้ามา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งถ้อยคำสำนวนไปศาลฎีกาในวันเดียวกัน ศาลฎีกาเห็นว่า แม้โจทก์ทั้งหกจะนำส่งสำเนาฎีกาให้แก่จำเลยทั้งสองตามคำสั่งศาลชั้นต้นแล้วก็ตาม แต่เมื่อส่งไม่ได้ โจทก์ทั้งหกก็ยังมีหน้าที่ต้องแถลงต่อศาลชั้นต้นเพื่อดำเนินการต่อไปภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ส่งไม่ได้ การที่โจทก์ทั้งหกเพิกเฉยไม่แถลงต่อศาลชั้นต้นเพื่อดำเนินการส่งสำเนาฎีกาให้แก่จำเลยทั้งสองภายในกำหนดเวลาตามคำสั่งศาลชั้นต้นเช่นนี้ จึงเป็นการทิ้งฟ้องฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 174 (2) ประกอบมาตรา 246 และมาตรา 247 ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลฎีกาค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7560/2543 นายสมาน นานา กับพวก นายไพบูลย์ ณรงค์ชัยกุล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความกับพวก - นายสมาน นานา · จำเลย - นายไพบูลย์ ณรงค์ชัยกุล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ · กำพล ภู่สุดแสวง · สุรชาติ บุญศิริพันธ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายอาทิตย์ ออกเวหา · ศาลอุทธรณ์ - นายพงษ์ศักดิ์ วีระเสถียร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1022/2551ฎีกา 5272/2544ฎีกา 8735/2542ฎีกา 1477/2500ฎีกา 469/2531ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 8108/2542ฎีกา 861/2540ฎีกา 5150/2552ฎีกา 7201/2568ฎีกา 1733/2498ฎีกา 70/2518ฎีกา 1002/2509ฎีกา 581/2502ฎีกา 2170/2517ฎีกา 1959/2529ฎีกา 3803/2538ฎีกา 189/2540ฎีกา 352/2498
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา