⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7722/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7722/2543

ป.อาญา ม.83, 91, 188 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลจะร่วมกระทำความผิดฐานลักทรัพย์นายจ้างได้นั้น ผู้ร่วมกระทำความผิดจะต้องเป็นลูกจ้างของนายจ้างนั้นด้วย

ย่อคำพิพากษา

แม้ว่าเงินที่จำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 2 ลักมาจะเป็นเงินของโจทก์ร่วมซึ่งเป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 แต่จำเลยที่ 2 มิได้เป็นลูกจ้างของโจทก์ร่วมด้วย จำเลยที่ 2 จึงไม่อาจร่วมกับจำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานลักทรัพย์ของนายจ้างได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.188 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.188 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 335 (7) (11) , 188 , 91 , 83 และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงินจำนวน 1,023,759 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา บริษัทชุง เชง พลาสติก (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยที่ 1 ถอนคำให้การเดิมโดยให้การใหม่รับสารภาพ ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้โจทก์แยกฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นคดีใหม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 335 (7) (11) วรรคสาม (ที่ถูกวรรคสอง) เรียงกระทงลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 2 ปี รวมจำคุก 6 ปี และให้จำเลยที่ 2 คืนเงินจำนวน 1,023,759 บาท แก่โจทก์ร่วม จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดฐานลักทรัพย์ตามคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองหรือไม่ เห็นว่า เงินของโจทก์ร่วมทั้งสามจำนวนที่จำเลยที่ 1 ลักไป จำเลยที่ 1 ลักโดยหลอกให้นายลี กรรมการผู้มีอำนาจของโจทก์ร่วมซึ่งไม่รู้หนังสือไทยลงชื่อในเช็ค ซึ่งเป็นเช็คของโจทก์ร่วม เช็คทั้งสามฉบับนำเข้าบัญชีจำเลยที่ 2 เพื่อเรียกเก็บเงิน เมื่อเรียกเก็บเงินตามเช็คแล้วจำเลยที่ 2 ถอนไป 800,000 บาท ส่วนที่เหลือจำนวน 58,140 บาท จำเลยที่ 2 ถอนทีหลัง แสดงว่า จำเลยที่ 2 ได้รับประโยชน์จากเงินที่จำเลยที่ 1 ลักมา ข้อเท็จจริงน่าเชื่อว่าจำเลยที่ 2 มีเจตนาทุจริตร่วมกับจำเลยที่ 1 ข้อนำสืบของจำเลยที่ 2 ไม่สามารถหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้ ฎีกาจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น แต่ที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยที่ 2 ตาม ป.อ. มาตรา 335 (7) (11) นั้น สำหรับความผิดตามมาตรา 335 (11) คือ ฐานลักทรัพย์ของนายจ้าง ศาลฎีกาเห็นว่าแม้ว่าเงินที่จำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 2 ลักมาจะเป็นเงินของโจทก์ร่วมซึ่งเป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 แต่จำเลยที่ 2 มิได้เป็นลูกจ้างของโจทก์ร่วมด้วย จำเลยที่ 2 จึงไม่อาจร่วมกับจำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานลักทรัพย์ของนายจ้างได้ ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขข้อนี้ให้ถูกต้อง พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 335 (7) วรรคแรก จำคุกกระทงละ 1 ปี 6 เดือน รวม 3 กระทง จำคุก 3 ปี 18 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7722/2543 พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสาคร โจทก์ บริษัทชุง เชง พลาสติก (ไทยแลนด์) จำกัด โจทก์ร่วม นางสาวเพ็ญนภา ทองรักษ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสาคร · โจทก์ร่วม - บริษัทชุง เชง พลาสติก (ไทยแลนด์) จำกัด · จำเลย - นางสาวเพ็ญนภา ทองรักษ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิชัย วิวิตเสวี · เรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ · พลประสิทธิ์ ฤทธิ์รักษา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายชุมพล อรรถเสถียร · ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายเกียรติศักดิ์ เกียรติดำรง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 959/2531ฎีกา 1837/2531ฎีกา 9026/2553ฎีกา 1392/2564ฎีกา 2581/2548ฎีกา 21848/2555ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 4180/2548ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 647/2563ฎีกา 1368/2509ฎีกา 8297/2540ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2766/2546ฎีกา 8833/2554ฎีกา 960/2559ฎีกา 2936/2543ฎีกา 831/2532ฎีกา 1141/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา