คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 852/2543
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อลูกจ้างยินยอมให้เปลี่ยนตัวนายจ้างไปเป็นผู้เช่ากิจการ และได้ทำงานกับผู้เช่ากิจการนั้นแล้ว ถือว่าลูกจ้างได้ยอมรับการเปลี่ยนตัวนายจ้าง และผู้เช่ากิจการเป็นนายจ้างของลูกจ้างนั้น
ย่อคำพิพากษา
เดิมโจทก์ทั้งหมดเป็นลูกจ้างของจำเลย ต่อมาบริษัท พ.ผู้เช่าเข้ามาเช่าและดำเนินกิจการต่อจากจำเลย การที่จำเลยได้โอนกิจการของตนไปให้บริษัท พ.เช่าดำเนินการต่อ และบริษัท พ.ได้รับโจทก์ทั้งหมดไปทำงานให้แก่บริษัท พ.โดยโจทก์ทั้งหมดมิได้ใช้สิทธิปฏิเสธไม่ยินยอมโอนไปทำงานกับบริษัท พ. ตามที่ ป.พ.พ.มาตรา 577 ให้สิทธิไว้ อีกทั้งเมื่อบริษัท พ.ค้างชำระค่าจ้าง โจทก์ทั้งหมดก็ฟ้องคดีเรียกค่าจ้างค้างชำระเอาแก่บริษัท พ. กรณีจึงถือได้ว่าโจทก์ทั้งหมดได้ยอมรับการเปลี่ยนตัวนายจ้างจากจำเลยไปเป็นบริษัท พ.และยินยอมโอนไปทำงานให้แก่บริษัท พ.แล้ว บริษัท พ.จึงเป็นนายจ้างของโจทก์ทั้งหมด ตามคำนิยามของคำว่า "นายจ้าง"และ "ลูกจ้าง" ในข้อ 2 แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2515 โจทก์ทั้งหมดจึงมิใช่ลูกจ้างของจำเลย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ๔๒ นายสุวรรณ จันหอม · จำเลย - บริษัทไทยกรีเท็กซ์ไทล์ จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มงคล คุปต์กาญจนากุล · สละ เทศรำพรรณ · พูนศักดิ์ จงกลนี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายชาตรี ศิริรักษ์ · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา