คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 46/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโอนลูกจ้างไปทำงานกับนิติบุคคลอื่นโดยให้สิ้นสุดสัญญาจ้างเดิม ถือเป็นการเลิกจ้างที่ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง หากลูกจ้างไม่ยินยอมและนายจ้างเลิกจ้าง ถือเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหากลูกจ้างไม่ได้กระทำความผิด
ย่อคำพิพากษา
การที่นายจ้างสั่งโอนลูกจ้างไปทำงานกับบริษัทอื่นในต่างประเทศซึ่งเป็นนิติบุคคลต่างหากจากนายจ้างเดิม โดยให้ลูกจ้างไปทำสัญญากับบริษัทดังกล่าวใหม่ และให้ตำแหน่งของลูกจ้างในบริษัทนายจ้างเดิมสิ้นสุดลงและจ้างบุคคลอื่นทำงานในตำแหน่งแทนแล้ว กรณีเช่นนี้เป็นการโอนสิทธิของนายจ้างไปยังบุคคลภายนอกตาม ป.พ.พ. มาตรา 577 จะต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างด้วยจึงจะกระทำได้ เมื่อลูกจ้างไม่ยินยอมด้วยโดยไม่ยอมทำสัญญาจ้างฉบับใหม่กับบริษัทอื่นที่จะโอนไปนั้น นายจ้างก็ให้ลูกจ้างพ้นจากตำแหน่งและจ้างบุคคลอื่นดำรงแทน กรณีจึงเป็นเรื่องนายจ้างสั่งเลิกจ้าง และเมื่อการสั่งโอนดังกล่าวไม่ได้ระบุว่าลูกจ้างกระทำผิดใด การเลิกจ้างกรณีเช่นนี้จึงเป็นการเลิกจ้างโดยลูกจ้างไม่ได้กระทำความผิดเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายไมเคิล อี. โบด · จำเลย - บริษัทคลับคอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมมาตร พรหมานุกูล · เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · โสภณ จันเทรมะ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายสิทธิชัย โชคสวัสดิ์ไพศาล · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา