⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 86/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 86/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. คำรับสารภาพของผู้ต้องหาในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ประกอบกับพยานแวดล้อมที่สมเหตุสมผลสอดคล้องกัน สามารถรับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดได้ 2. คำซัดทอดของผู้กระทำผิดด้วยกันสามารถรับฟังเป็นพยานหลักฐานประกอบการพิจารณาคดีได้ หากศาลเห็นว่าผู้ให้การนั้นกระทำไปด้วยความสุจริตใจ

ย่อคำพิพากษา

แม้โจทก์จะไม่มีพยานรู้เห็นว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันลักรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหาย แต่โจทก์ก็มีพยานแวดล้อม โดยได้ตรวจพบเอกสารแสดงการทำประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถของผู้เสียหายอยู่กับพวกของจำเลย สำหรับรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายนั้น ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนจำเลยที่ 1 และที่ 2 ก็ได้ให้การรับสารภาพข้อหาลักทรัพย์และได้ให้การถึงรายละเอียดวิธีการลักรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหาย เมื่อลักรถจักรยานยนต์ไปแล้วก็ได้นำไปให้จำเลยที่ 3 ซึ่งจำเลยที่ 3 ก็เบิกความได้สอดคล้องกับที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การ ฉะนั้น เมื่อพิเคราะห์พยานแวดล้อมซึ่งสมเหตุสมผลสอดคล้องกับคำรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ประกอบกับคำให้การของจำเลยที่ 3 แล้วน่าเชื่อได้ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันลักทรัพย์ตามฟ้องจริง ไม่มีกฎหมายห้ามมิให้รับฟังคำซัดทอดของผู้กระทำผิดด้วยกัน ฉะนั้นการที่ศาลเห็นว่าจำเลยที่ 3 ให้การด้วยความสุจริตใจ พอให้รับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 นำรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายมามอบให้โดยบอกว่าเป็นรถจักรยานยนต์ที่ลักมา จึงสามารถรับฟังประกอบการพิจารณาคดีได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตาม ป.อ. มาตรา 83, 334, 335, 357 ให้จำเลยทั้งสามกับพวกร่วมกันคืนหรือใช้ราคาชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ จำนวน 18 รายการ ราคา 6,685 บาท ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหาย และให้นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 773/2540, 774/2540, 775/2540, 776/2540, 777/2540 นับโทษจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 773/2540, 774/2540, 776/2540, 777/2540 ของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 1 และที่ 2 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (7) วรรคสาม, 83 จำเลยที่ 3 มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 357 วรรคหนึ่ง? จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ มีคนร้ายลักรถจักรยานยนต์ของนายสุวรรณผู้เสียหาย ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยทั้งสามและติดตามยึดรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายที่ถูกถอดอุปกรณ์หลายรายการที่บ้านจำเลยที่ 3 มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยที่ 1 และที่ 2 ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า แม้โจทก์จะไม่มีพยานรู้เห็นว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันลักรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหาย แต่โจทก์ก็มีพยานแวดล้อม การตรวจค้นพบเอกสารแสดงการทำประกันภัยคุ้มครอง ผู้ประสบภัยจากรถของผู้เสียหายอยู่กับพวกของจำเลย ส่วนรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายนั้น จากการบอกกล่าวของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ทั้งในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนจำเลยที่ 1 และที่ 2 ก็ให้การรับสารภาพข้อหาลักทรัพย์และได้ให้การถึงรายละเอียดวิธีการลักรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหาย เมื่อลักรถจักรยานยนต์ไปแล้วได้นำไปให้จำเลยที่ 3 และได้นำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพไว้ด้วย ซึ่งจำเลยที่ 3 ก็เบิกความสอดคล้องกับพยานโจทก์ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นคนนำรถจักรยานยนต์ของกลางมามอบให้โดยบอกว่า เป็นรถจักรยานยนต์ที่ลักมา เมื่อพิเคราะห์พยานแวดล้อมซึ่งสมเหตุสมผลสอดคล้องกับคำรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ประกอบกับคำให้การของจำเลยที่ 3 แล้วมีน้ำหนักเชื่อได้ว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันลักทรัพย์ตามฟ้องจริง ที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 2 นำคำเบิกความของจำเลยที่ 3 มารับฟังประกอบการลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นการคลาดเคลื่อนจากหลักการรับฟังพยานหลักฐานนั้น เห็นว่า ไม่มีกฎหมายห้ามมิให้รับฟังคำซัดทอดของผู้ที่กระทำผิดด้วยกัน ฉะนั้นเมื่อศาลเห็นว่าจำเลยที่ 3 ให้การด้วยความสุจริตใจ พอให้รับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 นำรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายมามอบให้โดยบอกว่าเป็นรถจักรยานยนต์ที่ลักมา จึงรับฟังประกอบการพิจารณาได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 86/2543 พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว โจทก์ นายสรรพพร ธนะโชติ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว · จำเลย - นายสรรพพร ธนะโชติ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชัย เกษชุมพล · สมพล สัตยาอภิธาน · ชวลิต ธรรมฤาชุ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการแผนกคดีเย - นางสาวสิริพร เปรมาสวัสดิ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายเจียม เสาวภา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 729/2489ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 884/2497ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 2470/2515ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540ฎีกา 435/2535ฎีกา 2414/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา