คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1127/2544
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดกฎหมายหลายบทที่ศาลลงโทษในบทที่มีโทษหนักที่สุดซึ่งไม่ใช่ความผิดต่อส่วนตัว แม้ผู้เสียหายจะถอนคำร้องทุกข์หรือยอมความกันแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องก็ไม่ระงับไป
ย่อคำพิพากษา
ความผิดฐานฉ้อโกงตาม ป.อ. มาตรา 341 เป็นความผิดต่อส่วนตัว เมื่อผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์หรือยอมความกันแล้วย่อมทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไป ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2) แต่การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 91 ตรี ด้วย อันเป็นการกระทำผิดกรรมเดียว แต่ผิดต่อกฎหมายหลายบท ซึ่งศาลได้ลงโทษในความผิดฐานนี้ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดมิใช่ความผิดต่อส่วนตัว แม้ผู้เสียหายจะถอนคำร้องทุกข์หรือยอมความกันก็ไม่ทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องในความผิดฐานนี้ระงับไป คงระงับไปเฉพาะความผิดฐานฉ้อโกง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 341 , 91 , 83 พ.ร.บ. จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 91 ตรี , 82 , 30 , 4 ให้จำเลยคืนเงินแก่ผู้เสียหายทั้งสามคนละ 80,000 บาท
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 341 ประกอบมาตรา 83 พ.ร.บ. จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 91 ตรี เป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม พ.ร.บ. จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตาม ป.อ. มาตรา 90 จำคุก 3 ปี และมีความผิดตาม พ.ร.บ. จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30 วรรคหนึ่ง , 82 จำคุก 3 ปี รวมจำคุก 6 ปี กับให้จำเลยคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายทั้งสามคนละ 80,000 บาท
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับความผิดตาม พ.ร.บ. จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30 วรรคหนึ่ง , 82 คงจำคุกจำเลย 3 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า แม้ความผิดฐานฉ้อโกง จะเป็นความผิดต่อส่วนตัว เมื่อผู้เสียหายได้ถอนคำร้องทุกข์หรือยอมความกันโดยถูกต้องตามกฎหมายทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไป ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2) แต่การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 91 ตรี ด้วย อันเป็นการกระทำผิดกรรมเดียว แต่ผิดต่อกฎหมายหลายบท ศาลได้ลงโทษในความผิดฐานนี้ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 3 ปี และความผิดฐานดังกล่าวมิใช่ความผิดต่อส่วนตัว แม้ผู้เสียหายทั้งสามจะถอนคำร้องทุกข์หรือยอมความกันโดยถูกต้องตามกฎหมายก็ไม่ทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องในความผิดตาม พ.ร.บ. จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 91 ตรี ระงับไป คงระงับไปเฉพาะความผิดฐานฉ้อโกงตาม ป.อ. มาตรา 341
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำหน่ายคดีความผิดฐานฉ้อโกงตาม ป.อ. มาตรา 341 ประกอบมาตรา 83 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1127/2544
พนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ โจทก์
นายสมบูรณ์หรือพจน์ เพชรเกลอ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ · จำเลย - นายสมบูรณ์หรือพจน์ เพชรเกลอ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์ · พิชัย เตโชพิทยากูล · อภิชาต สุขัคคานนท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ - นายชิงชัย ศรประสิทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสุรพันธุ์ ละอองมณี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา