⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2751/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2751/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องในคดีที่กฎหมายกำหนดโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ โจทก์จะอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตหรือรับรองให้ฎีกาได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 264, 268, 91 ซึ่งแต่ละกระทงความผิดกำหนดโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง จึงต้องห้ามมิให้โจทก์อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 193 ทวิ การที่โจทก์อุทธรณ์ว่าพยานโจทก์ปากต่าง ๆ ต่างยืนยันว่าจำเลยเป็นผู้ทำปลอมใบถอนเงิน จึงเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อไม่ปรากฏว่ามีการอนุญาตหรือรับรองให้อุทธรณ์ได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 193 ตรี การที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยจึงเป็นการไม่ชอบ ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225 และไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.264 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔, ๒๖๘, ๙๐, ๙๑ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔ วรรคแรก, ๒๖๘, ๙๑ จำเลยเป็นผู้ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมด้วยตนเอง ลงโทษฐานใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๘ วรรคสอง จำคุกกระทงละ ๑ ปี รวม ๔๖ กระทง รวมเป็นจำคุก ๔๖ ปี แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วให้จำคุก ๑๐ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานทำและใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔, ๒๖๘, ๙๑ ซึ่งแต่ละกระทงความผิดกำหนดโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โจทก์จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๓ ทวิ เมื่อศาลชั้นต้นเห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์มีความสงสัยว่าจำเลยได้กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลยแล้วพิพากษายกฟ้อง การที่โจทก์อุทธรณ์ว่าพยานโจทก์ปากต่าง ๆ ต่างยืนยันว่าจำเลยเป็นผู้ทำปลอมใบถอนเงินนั้น จึงเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อไม่ปรากฏว่ามีการอนุญาต หรือการรับรองให้อุทธรณ์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๓ ตรี การที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์แล้วพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น จึงเป็นการไม่ชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าว ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๕ วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา ๒๒๕ ปัญหาตามฎีกาของจำเลยจึงไม่จำต้องวินิจฉัย พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๔ และยกฎีกาของจำเลย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2751/2544 สหกรณ์การเกษตรโพนทราย จำกัด โจทก์ นางสดสี ศักดิ์ขวาหรืออรรคฮาด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - สหกรณ์การเกษตรโพนทราย จำกัด · จำเลย - นางสดสี ศักดิ์ขวาหรืออรรคฮาด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อรพินท์ เศรษฐมานิต · อภิชาต สุขัคคานนท์ · รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด - นายสุรพงษ์ ชิดเชื้อ · ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายประมวญ รักศิลธรรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2059/2522ฎีกา 74/2535ฎีกา 12779/2553ฎีกา 5665/2538ฎีกา 5813/2549ฎีกา 2019/2548ฎีกา 7981/2548ฎีกา 4825/2553ฎีกา 788/2545ฎีกา 6247/2545ฎีกา 1447/2531ฎีกา 1870/2549ฎีกา 5246/2548ฎีกา 1093/2568ฎีกา 492/2539ฎีกา 3146/2541ฎีกา 1610/2539ฎีกา 3637/2559ฎีกา 9026/2553ฎีกา 6575/2551ฎีกา 6229/2539ฎีกา 7570/2541ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา