คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2968/2544
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าของรวมคนหนึ่งร้องขอให้บังคับคดีเพื่อแบ่งทรัพย์สินที่ตนเป็นเจ้าของรวมกับบุคคลอื่นนั้น ไม่ใช่การบังคับคดีตามคำพิพากษาที่เจ้าหนี้ขอให้บังคับเอาแก่ลูกหนี้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 และผู้ร้องย่อมไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 288
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องจำเลยให้แบ่งมรดกของ ล. ให้แก่โจทก์ตามสัญญาแบ่งมรดก ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยแบ่งมรดกบางส่วนให้โจทก์ตามสัญญาแบ่งมรดก หากแบ่งกันไม่ได้ให้เอาออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งกันตามส่วน เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้บังคับคดีและเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดทรัพย์พิพาทเป็นกรณีที่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของรวมในทรัพย์พิพาทดำเนินการเพื่อแบ่งทรัพย์สินในฐานะเจ้าของรวมเท่านั้น โจทก์และจำเลยจึงมิใช่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาต่อกัน กรณีไม่ใช่การร้องขอให้บังคับคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 ผู้ร้องและจำเลยย่อมไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 288 ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้คู่ความไม่ได้อุทธรณ์ขึ้นมา ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ทั้งสามฟ้องขอให้บังคับจำเลยแบ่งมรดกตามสัญญา ต่อมาศาลพิพากษาให้จำเลยแบ่งมรดกบางส่วนอันได้แก่ที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญให้แก่โจทก์ทั้งสามคนละ ๕ ไร่ ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้โจทก์ที่ ๓ กึ่งหนึ่ง บ้านเลขที่ ๕ และเลขที่ ๖ ให้โจทก์ทั้งสามคนละหนึ่งในสี่ หากแบ่งทรัพย์ข้างต้นแต่ละรายการไม่ได้ ให้เอาออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งให้โจทก์ทั้งสามตามส่วนที่มีสิทธิจะได้รับ ศาลชั้นต้นออกคำบังคับแล้ว จำเลยไม่ปฏิบัติตาม โจทก์ขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์พิพาทโดยอ้างว่า เป็นมรดกของนางไหลเพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งกันตามส่วน
ผู้ร้องทั้งสองและจำเลยยื่นคำร้องขอให้ถอนการยึดที่ดินและบ้านดังกล่าว
โจทก์ทั้งสามให้การขอให้ยกคำร้องขอ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้ยกคำร้องขอ
ผู้ร้องทั้งสองและจำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิพากษายืน
ผู้ร้องทั้งสองและจำเลยฎีกา
ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ในคดีเดิมโจทก์ทั้งสามฟ้องจำเลยให้แบ่งมรดกของนางไหล คำน้อย ให้แก่โจทก์ทั้งสามตามสัญญาแบ่งมรดก ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยแบ่งมรดกบางส่วนให้โจทก์ทั้งสามตามสัญญาแบ่งมรดก หากแบ่งกันไม่ได้ให้เอาออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งกันตามส่วน เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ทั้งสามจึงขอให้บังคับคดีและเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดทรัพย์พิพาท จึงเป็นกรณีที่โจทก์ทั้งสามซึ่งเป็นเจ้าของรวมในทรัพย์พิพาทดำเนินการเพื่อแบ่งทรัพย์ในฐานะเจ้าของรวมเท่านั้น เมื่อเป็นเช่นนี้ โจทก์ทั้งสามและจำเลยจึงมิใช่เจ้าหนี้ตาม คำพิพากษาหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาต่อกัน กรณีไม่ใช่การร้องขอให้บังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗๑ ผู้ร้องทั้งสองและจำเลยไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๘ ปัญหาดังกล่าวนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้คู่ความไม่ได้อุทธรณ์ขึ้นมา ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ ก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้
พิพากษายืน .
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2968/2544
นางเลี้ยง เงินคง กับพวก โจทก์
นายแจ๊ว แก้วทุ่ง กับพวก ผู้ร้อง
นางทองหล่อ คำน้อยหรือแก้วทุ่ง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางเลี้ยง เงินคง กับพวก · ผู้ร้อง - นายแจ๊ว แก้วทุ่ง กับพวก · จำเลย - นางทองหล่อ คำน้อยหรือแก้วทุ่ง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช · ชูชาติ ศรีแสง · สบโชค สุขารมณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสุโขทัย - นายจิตรกร พัฒนาศิริ · ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายวิโรจน์ สุขวโรตม์วัตร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา