⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3002/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3002/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินตามคำพิพากษาแล้ว ผู้คัดค้านหมดสิทธิยึดถือครอบครองและต้องส่งมอบให้แก่แผ่นดิน หากผู้คัดค้านไม่ส่งมอบ ผู้ร้องมีหน้าที่ดำเนินการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง โดยศาลชั้นต้นต้องออกคำบังคับกำหนดระยะเวลาและเงื่อนไขให้ผู้คัดค้านปฏิบัติตาม

ย่อคำพิพากษา

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้เงินและ/หรือทรัพย์สินอื่นจำนวน 12,000,000 บาทของผู้คัดค้านซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติตกเป็นของแผ่นดิน ผู้คัดค้านจึงหมดสิทธิที่จะยึดถือครอบครองเงินและ/หรือทรัพย์สินดังกล่าวไว้เป็นของตนอีกต่อไป ต้องส่งมอบให้แก่แผ่นดิน เมื่อผู้คัดค้านยังไม่ส่งมอบให้แก่แผ่นดินก็จำเป็นต้องมีการบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาโดยเป็นหน้าที่ของผู้ร้องจะต้องเป็นผู้ดำเนินการ เมื่อตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการฯ มิได้บัญญัติไว้เป็นพิเศษว่าจะบังคับอย่างไรจึงต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 และ มาตรา 272 วรรคหนึ่ง ในวันนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ศาลชั้นต้นเพียงแต่จดรายงานกระบวนพิจารณาว่าได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้ผู้ร้องและผู้คัดค้านฟังแล้ว แต่ยังมิได้ออกคำบังคับกำหนดระยะเวลาและเงื่อนไขให้ผู้คัดค้านนำเงินดังกล่าวมาส่งมอบให้แก่แผ่นดิน จึงเป็นหน้าที่ของผู้ร้องที่จะต้องร้องขอต่อศาลชั้นต้นให้ออกคำบังคับและกำหนดวิธีที่จะปฏิบัติตามคำบังคับเพื่อให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 272 วรรคหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.272

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากผู้ร้องยื่นคำร้องตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการพ.ศ. 2518 ขอให้เรียกผู้คัดค้านเข้ามาเป็นคู่ความ และขอให้มีคำสั่งให้ทรัพย์สินของผู้คัดค้านจำนวน 16,826,077 บาทตกเป็นของแผ่นดิน ให้ผู้คัดค้านโอนเงินฝากตามบัญชีธนาคารตั๋วสัญญาใช้เงินและหุ้นส่วนที่ตกเป็นของแผ่นดินแก่กระทรวงการคลังกับส่งมอบสมุดเงินฝากตั๋วสัญญาใช้เงิน และใบหุ้นแก่กระทรวงการคลังด้วย หากทรัพย์สินดังกล่าวมีจำนวนไม่ครบ 16,826,077 บาท ให้ผู้คัดค้านโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง รถยนต์ และทรัพย์สินอื่นแก่กระทรวงการคลังจนกว่าจะครบ หากผู้คัดค้านไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา และหากไม่สามารถโอนได้ด้วยเหตุใด ให้ผู้คัดค้านใช้เงินแก่กระทรวงการคลังตามส่วนของมูลค่าทรัพย์สินที่แจ้งไว้ในบัญชีทรัพย์สินเอกสารท้ายคำร้อง ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เงินและ/หรือทรัพย์สินอื่นจำนวน 12,000,000 บาท ของผู้คัดค้านซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติตกเป็นของแผ่นดิน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ผู้ร้องและผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืน คดีถึงที่สุดแล้วเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2541 ผู้ร้องยื่นคำแถลงฉบับลงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2541 ขอให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับเพื่อให้ผู้คัดค้านปฏิบัติตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ตามคำพิพากษามิได้มีกรณีที่จะต้องมีการบังคับคดีจึงไม่จำต้องออกคำบังคับ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับกำหนดระยะเวลา และเงื่อนไขให้ผู้คัดค้านนำเงินและ/หรือทรัพย์สินจำนวน12,000,000 บาท มาส่งมอบให้แก่แผ่นดิน ผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านว่า ศาลต้องออกคำบังคับเพื่อให้ผู้ร้องดำเนินการบังคับคดีต่อไปหรือไม่ ที่ผู้คัดค้านฎีกาว่า คำพิพากษาศาลฎีกาในคดีนี้วินิจฉัยแต่เพียงว่า ทรัพย์สินบางอย่างเป็นทรัพย์สินที่ผู้คัดค้านได้มาโดยมิชอบ ต้องตกเป็นของแผ่นดินเท่านั้น มิได้พิพากษาว่าให้ทรัพย์สินตามคำขอท้ายคำร้องรายการใดตกเป็นของแผ่นดิน และมิได้พิพากษาด้วยว่า หากผู้คัดค้านไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา และหากการโอนการจดทะเบียนโอนและการส่งมอบกระทำไม่ได้ด้วยเหตุใด ให้ผู้คัดค้านใช้เงินแก่กระทรวงการคลังตามส่วนของมูลค่าทรัพย์สินที่แจ้งไว้ในบัญชีทรัพย์สิน อันจะก่อให้เกิดสิทธิที่จะบังคับคดีได้ จึงไม่จำต้องออกคำบังคับนั้น เห็นว่าคดีนี้ศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้เงินและ/หรือทรัพย์สินอื่นจำนวน 12,000,000 บาท ของผู้คัดค้านซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติตกเป็นของแผ่นดิน ผู้คัดค้านจึงหมดสิทธิที่จะยึดถือครอบครองเงินและ/หรือทรัพย์สินดังกล่าวไว้เป็นของตนเองอีกต่อไป ต้องส่งมอบให้แก่แผ่นดิน เมื่อผู้คัดค้านยังไม่ส่งมอบให้แก่แผ่นดิน ก็จำเป็นต้องมีการบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาโดยเป็นหน้าที่ของผู้ร้องจะต้องเป็นผู้ดำเนินการ เมื่อตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ พ.ศ. 2518 มิได้บัญญัติไว้เป็นพิเศษว่าจะบังคับอย่างไร จึงต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 ที่บัญญัติให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาชอบที่จะร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นได้ภายในสิบปีนับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง โดยอาศัยและตามคำบังคับที่ออกตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น และตามมาตรา 272 วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติว่า ถ้าศาลได้พิพากษาหรือมีคำสั่งอย่างใดซึ่งจะต้องมีการบังคับคดีก็ให้ศาลมีคำบังคับกำหนดวิธีที่จะปฏิบัติตามคำบังคับนั้นไว้ คดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้ผู้ร้องและผู้คัดค้านฟังเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2541 ปรากฏว่าศาลฎีกาวินิจฉัยว่าผู้คัดค้านไม่สามารถแสดงให้ศาลเห็นได้ว่าเงินปันผลจากห้างหุ้นส่วนจำกัดสามย่านรามาจำนวน 7,000,000บาท และเงินจากการโอนสิทธิเรียกร้องหนี้เงินกู้ยืมจากบริษัทโรซ่าผลิตภัณฑ์อาหาร (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 5,000,000 บาท เป็นเงินที่ผู้คัดค้านได้มาโดยชอบ จึงพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้เงินจำนวน 12,000,000 บาท ของผู้คัดค้านตกเป็นของแผ่นดิน ในวันนัดฟังคำพิพากษา ศาลชั้นต้นเพียงแต่จดรายงานกระบวนพิจารณาว่า ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้ผู้ร้องและผู้คัดค้านฟังแล้ว แต่ยังมิได้ออกคำบังคับกำหนดระยะเวลาและเงื่อนไขให้ผู้คัดค้านนำเงินจำนวน 12,000,000 บาท ดังกล่าวมาส่งมอบให้แก่แผ่นดิน จึงเป็นหน้าที่ของผู้ร้องที่จะต้องร้องขอต่อศาลชั้นต้นให้ออกคำบังคับ และกำหนดวิธีที่จะปฏิบัติตามคำบังคับ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 272 วรรคหนึ่ง ดังกล่าวข้างต้นซึ่งรายละเอียดว่าทรัพย์สินรายการใดจะต้องตกเป็นของแผ่นดินมีปรากฏอยู่ในคำพิพากษาศาลฎีกาชัดเจนอยู่แล้ว มิใช่ว่าไม่ชัดเจนดังที่ผู้คัดค้านกล่าวอ้าง จึงเป็นกรณีที่ออกคำบังคับได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับนั้นชอบแล้วฎีกาของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3002/2544 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด ผู้ร้อง นายเมธี บริสุทธิ์ ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · ผู้คัดค้าน - นายเมธี บริสุทธิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อภิชาต สุขัคคานนท์ · วิชัย ชื่นชมพูนุท · วิชัย วิสิทธวงศ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1506/2542ฎีกา 171/2513ฎีกา 6789/2541ฎีกา 5610/2548ฎีกา 5801/2538ฎีกา 3808/2526ฎีกา 3581/2538ฎีกา 6193/2551ฎีกา 945/2504ฎีกา 1368/2510ฎีกา 616-617/2490ฎีกา 1388/2500ฎีกา 3781/2545ฎีกา 684/2488ฎีกา 1763/2551ฎีกา 1427/2514ฎีกา 403/2530ฎีกา 1897/2512ฎีกา 1646/2519ฎีกา 39/2524ฎีกา 161/2507ฎีกา 1818/2543ฎีกา 2824/2538ฎีกา 1485/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ