⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5633/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5633/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยตามฐานความผิดที่ถูกต้องได้ แม้โจทก์จะอ้างบทกฎหมายผิดพลาดในคำขอท้ายฟ้อง โดยไม่ถือเป็นการพิพากษาเกินคำขอ

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ร่วมกันมีกัญชาจำนวน 290 แท่ง น้ำหนัก 576.200 กิโลกรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย โดยโจทก์อ้างบทลงโทษตามมาตรา 76 แห่ง พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาในคำขอท้ายฟ้อง มาตราดังกล่าวได้กล่าวอ้างถึงมาตรา 26 ซึ่งเป็นบทห้ามและข้อสันนิษฐานเด็ดขาด เกี่ยวกับการมียาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายไว้ด้วย เพียงแต่โจทก์มิได้ระบุมาตรา 26 มาในคำขอท้ายฟ้อง ส่วนมาตรา 25 ที่โจทก์ระบุมานั้นไม่ใช่บทบัญญัติที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ตามที่โจทก์ฟ้องจึงเป็นที่เห็นได้ว่าการที่โจทก์ระบุมาตรา 25 มาในคำขอท้ายฟ้อง เป็นเรื่องที่โจทก์อ้างบท มาตราผิด เมื่อจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ตามฐานความผิดที่ถูกต้องได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคห้า ไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอหรือเป็นเหตุให้ศาลต้องพิพากษายกฟ้องโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.25 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.26 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.75 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.76

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งเจ็ดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๒๕, ๗๕, ๗๖, ๑๐๒ ประกอบ ป.อ. มาตรา ๘๓, ๙๑ และริบยาเสพติดให้โทษของกลาง รถยนต์กระบะของกลางทั้ง ๓ คัน โจทก์จะยื่นคำร้องขอริบให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตาม พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๓๐, ๓๑ ต่อไป จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ และที่ ๕ ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๗ ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์แยกฟ้องเป็นคดีใหม่ ส่วนจำเลยที่ ๕ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแยกต่างหาก ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ มีความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๒๖, ๗๖ วรรคสอง (ที่ถูก พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่งและวรรคสอง, ๗๖ วรรคสอง ประกอบ ป.อ. มาตรา ๘๓) จำคุกจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ คนละ ๑๔ ปี จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ คนละ ๗ ปี คำขออื่นให้ยก จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ อุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบา ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ เป็นข้อแรกว่า ฟ้องโจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๒๕, ๗๕, ๗๖, และ ๑๐๒ โดยไม่ระบุมาตรา ๒๖ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ รับโทษอ้างมาตรา ๒๖ เป็นการพิพากษาเกินคำขอ ศาลไม่อาจลงโทษจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ได้ต้องพิพากษายกฟ้องหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ร่วมกันมีกัญชาจำนวน ๒๙๐ แท่ง น้ำหนัก ๕๗๖.๒๐๐ กิโลกรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายโดยโจทก์อ้างบทลงโทษตามมาตรา ๗๖ แห่ง พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาในคำขอท้ายฟ้อง มาตราดังกล่าวได้กล่าวอ้างถึงมาตรา ๒๖ ซึ่งเป็นบทห้ามและข้อสันนิษฐานเด็ดขาดเกี่ยวกับการมียาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายไว้ด้วย เพียงแต่โจทก์มิได้ระบุมาตรา ๒๖ มาในคำขอท้ายฟ้อง ส่วนมาตรา ๒๕ ที่โจทก์ระบุมานั้นไม่ใช่บทบัญญัติที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ตามที่โจทก์ฟ้องจึงเป็นที่เห็นได้ว่า การที่โจทก์ระบุมาตรา ๒๕ มาในคำขอท้ายฟ้องเป็นเรื่องที่โจทก์อ้างบทมาตราผิด เมื่อจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ตามฐานความผิดที่ถูกต้องได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๙๒ วรรคห้า ไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอหรือเป็นเหตุให้ศาลต้องพิพากษายกฟ้องโจทก์ดังที่จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ฎีกา ปัญหาข้อที่สองที่จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ฎีกาขอให้กำหนดโทษให้น้อยลงนั้น เห็นว่า ที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดโทษจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ มานั้น เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว พิพากษายืน . ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5633/2544 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายสมควร ดวงแก้ว กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายสมควร ดวงแก้ว กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วสันต์ ตรีสุวรรณ · ชาญชัย ลิขิตจิตถะ · จำรูญ แสนภักดี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นางภัทรนันท์ พิชัย · ศาลอุทธรณ์ - นางพัชนี ตั้งเจริญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 831/2532ฎีกา 6505/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา