⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรก › ค้นฎีกา › ฎีกา 5633/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5633/2544

พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ม.25, 26, 75 ฯลฯ · ป.วิ.อาญา ม.192

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยตามฐานความผิดที่ถูกต้องได้ แม้โจทก์จะอ้างบทกฎหมายผิดพลาดในคำขอท้ายฟ้อง โดยไม่ถือเป็นการพิพากษาเกินคำขอ

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ร่วมกันมีกัญชาจำนวน 290 แท่ง น้ำหนัก 576.200 กิโลกรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย โดยโจทก์อ้างบทลงโทษตามมาตรา 76 แห่ง พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาในคำขอท้ายฟ้อง มาตราดังกล่าวได้กล่าวอ้างถึงมาตรา 26 ซึ่งเป็นบทห้ามและข้อสันนิษฐานเด็ดขาด เกี่ยวกับการมียาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายไว้ด้วย เพียงแต่โจทก์มิได้ระบุมาตรา 26 มาในคำขอท้ายฟ้อง ส่วนมาตรา 25 ที่โจทก์ระบุมานั้นไม่ใช่บทบัญญัติที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ตามที่โจทก์ฟ้องจึงเป็นที่เห็นได้ว่าการที่โจทก์ระบุมาตรา 25 มาในคำขอท้ายฟ้อง เป็นเรื่องที่โจทก์อ้างบท มาตราผิด เมื่อจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ตามฐานความผิดที่ถูกต้องได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคห้า ไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอหรือเป็นเหตุให้ศาลต้องพิพากษายกฟ้องโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.25 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.26 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.75 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.76

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งเจ็ดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๒๕, ๗๕, ๗๖, ๑๐๒ ประกอบ ป.อ. มาตรา ๘๓, ๙๑ และริบยาเสพติดให้โทษของกลาง รถยนต์กระบะของกลางทั้ง ๓ คัน โจทก์จะยื่นคำร้องขอริบให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตาม พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๓๐, ๓๑ ต่อไป จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ และที่ ๕ ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๗ ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์แยกฟ้องเป็นคดีใหม่ ส่วนจำเลยที่ ๕ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแยกต่างหาก ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ มีความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๒๖, ๗๖ วรรคสอง (ที่ถูก พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่งและวรรคสอง, ๗๖ วรรคสอง ประกอบ ป.อ. มาตรา ๘๓) จำคุกจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ คนละ ๑๔ ปี จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ คนละ ๗ ปี คำขออื่นให้ยก จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ อุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบา ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ เป็นข้อแรกว่า ฟ้องโจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๒๕, ๗๕, ๗๖, และ ๑๐๒ โดยไม่ระบุมาตรา ๒๖ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ รับโทษอ้างมาตรา ๒๖ เป็นการพิพากษาเกินคำขอ ศาลไม่อาจลงโทษจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ได้ต้องพิพากษายกฟ้องหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ร่วมกันมีกัญชาจำนวน ๒๙๐ แท่ง น้ำหนัก ๕๗๖.๒๐๐ กิโลกรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายโดยโจทก์อ้างบทลงโทษตามมาตรา ๗๖ แห่ง พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาในคำขอท้ายฟ้อง มาตราดังกล่าวได้กล่าวอ้างถึงมาตรา ๒๖ ซึ่งเป็นบทห้ามและข้อสันนิษฐานเด็ดขาดเกี่ยวกับการมียาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายไว้ด้วย เพียงแต่โจทก์มิได้ระบุมาตรา ๒๖ มาในคำขอท้ายฟ้อง ส่วนมาตรา ๒๕ ที่โจทก์ระบุมานั้นไม่ใช่บทบัญญัติที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ตามที่โจทก์ฟ้องจึงเป็นที่เห็นได้ว่า การที่โจทก์ระบุมาตรา ๒๕ มาในคำขอท้ายฟ้องเป็นเรื่องที่โจทก์อ้างบทมาตราผิด เมื่อจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ตามฐานความผิดที่ถูกต้องได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๙๒ วรรคห้า ไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอหรือเป็นเหตุให้ศาลต้องพิพากษายกฟ้องโจทก์ดังที่จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ฎีกา ปัญหาข้อที่สองที่จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ฎีกาขอให้กำหนดโทษให้น้อยลงนั้น เห็นว่า ที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดโทษจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ มานั้น เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว พิพากษายืน . ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5633/2544 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายสมควร ดวงแก้ว กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายสมควร ดวงแก้ว กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วสันต์ ตรีสุวรรณ · ชาญชัย ลิขิตจิตถะ · จำรูญ แสนภักดี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นางภัทรนันท์ พิชัย · ศาลอุทธรณ์ - นางพัชนี ตั้งเจริญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 20504/2556ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 239/2484
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา