⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5710/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5710/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้จัดการมรดกครอบครองทรัพย์มรดกในระหว่างจัดการมรดก ถือเป็นการครอบครองแทนทายาท ทายาทจึงชอบที่จะฟ้องเรียกทรัพย์มรดกจากผู้จัดการมรดกได้ แม้จะล่วงพ้นกำหนดอายุความตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์มรดกมิใช่ฟ้องให้จำเลยรับผิดในการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้กระทำไปในฐานะผู้จัดการมรดก จึงเป็นคดีมรดกไม่ใช่คดีจัดการมรดก เมื่อข้อเท็จจริงยังมีที่ดินมรดกอีก 3 แปลงที่จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกยังไม่ได้จัดการแบ่งให้ทายาทแสดงว่าการจัดการมรดกยังอยู่ในระหว่างจัดการ เมื่อจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกจึงเป็นผู้แทนของทายาททั้งปวงโดยนำลักษณะตัวการตัวแทนมาใช้บังคับโดยอนุโลมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1720 การที่จำเลยครอบครองทรัพย์มรดกในระหว่างจัดการมรดกถือได้ว่าเป็นการครอบครองแทนทายาทตาม มาตรา 1745 ประกอบมาตรา 1368 โจทก์ทั้งสามซึ่งเป็นทายาทชอบที่จะฟ้องเรียกทรัพย์มรดกจากจำเลยได้แม้จะล่วงพ้นกำหนดอายุความตาม มาตรา 1754 ทั้งนี้ ตาม มาตรา 1748

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1368 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1720 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1733 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1745 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1748 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1754

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสามฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยจัดการแบ่งทรัพย์มรดกให้โจทก์ทั้งสามคิดเป็นเงินคนละ ๑,๗๕๐,๑๑๑ บาท หากตกลงกันไม่ได้ให้ประมูลหรือขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งให้โจทก์ทั้งสาม จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า ที่ดินตามฟ้องจำนวน ๒๘ แปลง เป็นส่วนแบ่งของจำเลยในฐานะภริยามิใช่ทรัพย์มรดก ทรัพย์มรดกมีไม่เกิน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งจำเลยจัดการแบ่งหมดสิ้นแล้ว และโจทก์ทั้งสามได้รับส่วนแบ่งแล้ว ฟ้องโจทก์ขาดอายุความเพราะฟ้องเกินกำหนด ๑ ปี นับแต่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย หรือเมื่อโจทก์ทั้งสามรู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยจัดการแบ่งทรัพย์มรดกให้โจทก์ทั้งสามคนละ ๓๖๑,๑๑๑.๑๐ บาท ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสาม โดยกำหนดค่าทนายความให้ ๒๐,๐๐๐ บาท คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์ ๑๐,๐๐๐ บาท จำเลยฎีกา ระหว่างพิจารณา จำเลยถึงแก่กรรม นายปาน แดงวิไล ทายาทของจำเลยยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลฎีกาอนุญาต ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้ว ข้อเท็จจริงฟังเป็นที่ยุติว่า นายเอื้อน แก้วสังข์ไชย เจ้ามรดก มีภริยาสองคน คนแรกชื่อนางศรีนวล มีบุตรด้วยกัน ๒ คน คือ นางวารินและนายวิรุฬ ต่อมานายเอื้อนกับนางศรีนวลเลิกร้างกันไป บุตรทั้งสองเป็นบุตรนอกกฎหมายที่นายเอื้อนบิดาได้รับรองแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๒๗ ต่อมานายเอื้อนจึงได้มาจดทะเบียนสมรสกับจำเลย ระหว่างอยู่กินกับจำเลยไม่มีบุตรด้วยกัน โจทก์ทั้งสามเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายวิรุฬ เมื่อปี ๒๕๒๓ นายวิรุฬถึงแก่ความตาย ต่อมาปี ๒๕๒๖ นายเอื้อนถึงแก่ความตาย จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนายเอื้อนได้ดำเนินการจำหน่ายจ่ายโอนที่ดินพิพาทไปแล้วหลายแปลง มีทั้งที่โอนให้แก่ลูกค้าที่ชำระราคาหมดแล้ว และโอนแบ่งมรดกให้แก่ทายาทของนายเอื้อนบางคน รวมทั้งที่โอนให้แก่ตนเองเป็นการส่วนตัวในฐานะที่เป็นภริยาจำนวน ๒๘ แปลง คงมีที่ดินมรดกของนายเอื้อนเหลืออยู่เพียง ๓ แปลง เท่านั้น มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ฟ้องโจทก์ทั้งสามขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ทั้งสามฟ้องเรียกทรัพย์มรดก มิใช่ฟ้องให้จำเลยรับผิดในการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้กระทำไปในฐานะผู้จัดการมรดก จึงเป็นคดีมรดกไม่ใช่คดีจัดการมรดกดังที่ศาลล่างวินิจฉัย แต่เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่ายังมีที่ดินที่เป็นทรัพย์มรดกอีกจำนวน ๓ แปลง ที่จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกยังไม่ได้จัดการแบ่งให้แก่ทายาท แสดงว่าการจัดการมรดกยังไม่สิ้นสุดลงอยู่ระหว่างจัดการ เมื่อจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกจึงเป็นผู้แทนของทายาททั้งปวง โดยนำลักษณะตัวการตัวแทนมาใช้บังคับโดยอนุโลมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๒๐ การที่จำเลยครอบครองทรัพย์มรดกในระหว่างจัดการมรดกถือได้ว่าเป็นการครอบครองแทนทายาทตามมาตรา ๑๗๔๕ ประกอบมาตรา ๑๓๖๘ โจทก์ทั้งสามซึ่งเป็นทายาทจึงชอบที่จะฟ้องเรียกทรัพย์มรดกของเจ้ามรดกจากจำเลยได้แม้จะล่วงพ้นกำหนดอายุความตามมาตรา ๑๗๕๔ แล้วก็ดี ทั้งนี้ตามมาตรา ๑๗๔๘ คดีโจทก์ทั้งสามจึงไม่ขาดอายุความ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5710/2544 นางสาวสุนีย์ กับพวก โจทก์ นางจิบ แก้วสังข์ไชย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวสุนีย์ กับพวก · จำเลย - นางจิบ แก้วสังข์ไชย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชิต คำแฝง · สายันต์ สุรสมภพ · สุพัฒน์ บุญยุบล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดยะลา - นายจำรัส เพ็ชรสุวรรณ์ · ศาลอุทธรณ์ 9 - นายเฉลิมศักดิ์ บุญยงค์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2749/2538ฎีกา 1785/2505ฎีกา 6172/2544ฎีกา 2675/2527ฎีกา 1200/2523ฎีกา 406/2510ฎีกา 4260/2541ฎีกา 621/2519ฎีกา 464/2497ฎีกา 943/2513ฎีกา 1280/2492ฎีกา 1070/2499ฎีกา 1368/2510ฎีกา 94/2493ฎีกา 185/2566ฎีกา 8371/2557ฎีกา 994/2485ฎีกา 1766-1767/2492ฎีกา 8460/2558ฎีกา 58/2531ฎีกา 1279/2502ฎีกา 721/2479ฎีกา 2170/2517ฎีกา 2660/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา