⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 637/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 637/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่พยานหลักฐานโจทก์มีพิรุธและไม่แน่ชัดนั้น หากศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยไว้ครบถ้วนชัดแจ้งแล้วว่ามีประจักษ์พยานยืนยันและผู้เชี่ยวชาญลงความเห็นว่าเป็นลายมือชื่อของผู้กู้จริง ปัญหาดังกล่าวจึงเป็นปัญหาอันไม่ควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา

ย่อคำพิพากษา

ปัญหาตามที่จำเลยฎีกาว่าพยานหลักฐานโจทก์มีพิรุธและไม่แน่ชัดรับฟังไม่ได้ว่า จ. ลงชื่อในสัญญากู้นั้น ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 9ได้วินิจฉัยไว้ครบถ้วนชัดแจ้งแล้วว่า โจทก์มีประจักษ์พยานยืนยันว่า จ. ลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้ ประกอบกับผู้เชี่ยวชาญลงความเห็นว่าเป็นลายมือชื่อของ จ. จึงฟังได้ว่า จ. ได้ทำสัญญากู้ยืมเงินและลงชื่อในช่องผู้กู้ ดังนั้นปัญหาตามฎีกาของจำเลย จึงเป็นปัญหาอันไม่ควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยในฐานะทายาทโดยธรรมของนายจรัส บุญชัยผู้ตาย ชำระเงินที่ผู้ตายกู้ไปจากโจทก์จำนวน 429,845.66 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์จำเลยท้ากันเรื่องลายมือชื่อผู้ตายว่าปลอมหรือไม่ ผลการตรวจพิสูจน์ของกองพิสูจน์หลักฐานว่าไม่ใช่ลายมือชื่อปลอมจึงพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 429,845.66 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 355,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่าไม่ใช่เรื่องคู่ความท้ากัน ยังต้องสืบพยานโจทก์จำเลยต่อไป พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นทำการสืบพยานโจทก์และจำเลยต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยฎีกา ขอให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาพิพากษายืน ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีใหม่แล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน429,845.66 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 355,000บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2538) ไปจนกว่าจำเลยจะชำระให้โจทก์เสร็จกับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งหมดแทนโจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่า พยานหลักฐานโจทก์มีพิรุธและไม่แน่ชัดรับฟังไม่ได้ว่านายจรัสลงชื่อในสัญญากู้เอกสารหมาย จ.3 ผลการตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อรับฟังไม่ได้นั้น ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 9 ได้วินิจฉัยไว้ครบถ้วนชัดแจ้งแล้ว โดยศาลอุทธรณ์ภาค 9 วินิจฉัยว่า โจทก์มีประจักษ์พยานเบิกความยืนยันว่า นายจรัสลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้ ประกอบทั้งผลการตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อนายจรัส ในสัญญากู้ยืมเงินกับลายมือชื่อในบัญชีลงเวลานักศึกษาช่องลายมือชื่อนายจรัสนั้น ผู้เชี่ยวชาญลงความเห็นว่าเป็นลายมือชื่อของบุคคลคนเดียวกัน ซึ่งโจทก์มีนายปกรณ์ เป็นพยานเบิกความยืนยันว่าลายมือในบัญชีลงเวลานักศึกษาดังกล่าวเป็นลายมือนายจรัสจึงฟังได้ว่านายจรัสได้ทำสัญญากู้ยืมเงินและลงชื่อในช่องผู้กู้ ดังนั้น ปัญหาตามฎีกาของจำเลยจึงเป็นปัญหาอันไม่ควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง" พิพากษายกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 637/2544 นาง รสกรณ์ พรหมนิมิตร โจทก์ นาง ปิ่น บุญชัย ในฐานะทายาทโดยธรรมของนาย จรัส บุญชัย ผู้ตาย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง รสกรณ์ พรหมนิมิตร · จำเลย - นาง ปิ่น บุญชัย ในฐานะทายาทโดยธรรมของนาย จรัส บุญชัย ผู้ตาย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิชัย วิวิตเสวี · เรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ · พลประสิทธิ์ ฤทธิ์รักษา
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1030/2509ฎีกา 710/2542ฎีกา 8884/2543ฎีกา 194/2543ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 218/2481ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1165/2537ฎีกา 100/2540ฎีกา 5806-5807/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ