⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6984/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6984/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยที่ร่วมกันกับพวกข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย ถือเป็นตัวการในการร่วมกันกระทำความผิด แม้จำเลยจะมิได้ลงมือกระทำชำเราโดยตรงก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยพาผู้เสียหายและ ส. คนรักผู้เสียหายไปยังกระท่อมที่เกิดเหตุ ต่อมา ส. กลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีจึงคิด จะกลับ ขณะที่ ส. กำลังติดเครื่องรถจักรยานยนต์และผู้เสียหายจะนั่งซ้อนท้าย จำเลยได้เข้ามาล็อกคอผู้เสียหาย ลากลงมาและกอดปล้ำผู้เสียหาย จากนั้นมี ต. และ ช. เข้ามาจับแขนขาผู้เสียหายพาไปที่แคร่ข้ากระท่อมแล้วช่วยกันถอดกางเกงผู้เสียหาย ส. จะเข้าไปช่วยเหลือแต่ถูก ช. ขัดขวาง ต. ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายเป็นคนแรกโดยมี ช. ช่วยจับแขนขาผู้เสียหาย ระหว่างนั้นจำเลยซึ่งอยู่บริเวณแคร่ได้ตะโกนบอกให้ จ. ไปตามหา ส. ซึ่งหนีออกไปหา คนช่วยเหลือแล้วจำเลยและ จ. วิ่งออกไปเพื่อหวังสะกัดกั้นมิให้ ส. ไปร้องขอความช่วยเหลือ หลังจาก ต. ข่มขืน กระทำชำเราเสร็จแล้ว ช. ได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายเป็นคนต่อไป ดังนี้ แม้จำเลยจะมิได้ช่วยจับแขนขาผู้เสียหายระหว่าง ต. หรือ ช. ข่มขืนกระทำชำเราก็ตาม แต่การกระทำของจำเลยดังกล่าวนับได้ว่าเป็นตัวการในการร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงตาม ป.อ. มาตรา 276 วรรคสอง แล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.86 ประมวลกฎหมายอาญา ม.276

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖, ๘๓, ๕๘ และบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ใน คดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๔๘๗/๒๕๓๘ ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้ จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๘๓ จำคุก ๑๕ ปี บวกโทษที่รอไว้เข้ากับคดีนี้เป็นจำคุก ๑๖ ปี ๑ เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่าเหตุการณ์ที่ถูกคนร้ายข่มขืนกระทำชำเรานั้นหากไม่เป็นความจริงและไม่ได้เกิดขึ้นกับผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็กนักเรียนอายุเพียง ๑๕ ปีเศษ แล้วคงจะไม่กล่าวอ้างให้ตนเองต้องได้รับความเสื่อมเสีย เป็นแน่ คดีฟังได้มั่นคงว่า จำเลยได้ชักพาผู้เสียหายและนายสุรชัยคนรักผู้เสียหายไปยังกระท่อมที่เกิดเหตุ ต่อมา นายสุรชัย กลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีจึงคิดจะกลับ ขณะที่นายสุรชัยกำลังติดเครื่องรถจักรยานยนต์และผู้เสียหายจะนั่ง ซ้อนท้าย จำเลยได้เข้ามาล็อกคอผู้เสียหายลากลงมาและกอดปล้ำผู้เสียหาย จากนั้นนายเตี้ย นายแจ๊คและนายเชียรเข้ามาจับแขนขาผู้เสียหายพาไปที่แคร่ข้างกระท่อมแล้วช่วยกันถอดกางเกงผู้เสียหาย นายสุรชัยจะเข้าไปช่วยเหลือแต่ถูก นายเชียรขัดขวาง นายเตี้ยข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายเป็นคนแรกโดยมีนายเชียรช่วยจับแขนขาผู้เสียหาย ระหว่างนี้จำเลยซึ่งอยู่บริเวณแคร่ได้ตะโกนบอกให้นายแจ๊คไปตามหานายสุรชัยซึ่งหนีออกไปหาคนช่วยเหลือ แล้วจำเลยและนายแจ๊ควิ่งออกไปเพื่อหวังสะกัดกั้นมิให้นายสุรชัยไปร้องขอความช่วยเหลือได้ หลังจากนายเตี้ยข่มขืนกระทำชำเราเสร็จแล้ว นายเชียรได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายเป็นคนต่อไป ดังนี้ แม้จำเลยจะมิได้ช่วยจับแขนขาผู้เสียหายระหว่างที่นายเตี้ยหรือนายเชียรกระทำชำเราด้วยก็ตาม แต่การกระทำของจำเลยดังกล่าวนับได้ว่าเป็นตัวการในการร่วมมือ ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖ วรรคสอง แล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6984/2544 พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์ นายชัชวาลย์หรือก้อน สุขแจ่ม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ · จำเลย - นายชัชวาลย์หรือก้อน สุขแจ่ม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีดี รุ่งวิสัย · อัธยา ดิษยบุตร · สมศักดิ์ เนตรมัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นางสาวอารยา หุณฑนะเสวี · ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายอดิศักดิ์ ปัตรวลี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2532ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 593/2510ฎีกา 19406/2555ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 619/2513ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 3578/2531ฎีกา 1893/2538ฎีกา 5487/2548ฎีกา 3595/2532ฎีกา 2936/2543ฎีกา 1315/2513ฎีกา 3380/2531ฎีกา 1/2567ฎีกา 132/2481ฎีกา 5957/2530ฎีกา 643/2531ฎีกา 667/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา