⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7269/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7269/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สินสมรสที่คู่สมรสฝ่ายหนึ่งมีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์เพียงฝ่ายเดียว หากจะจำหน่ายจ่ายโอนโดยไม่ได้รับความยินยอมจากคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง คู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งย่อมมีสิทธิขอให้เพิกถอนนิติกรรมนั้นได้ หากผู้รับโอนรู้ว่าทรัพย์สินนั้นเป็นสินสมรส

ย่อคำพิพากษา

ที่ดินพิพาทมีชื่อจำเลยที่ 1 เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ แต่ที่ดินดังกล่าวเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 หลังจากโจทก์และจำเลยที่ 1 จดทะเบียนหย่ากันแล้ว จำเลยที่ 1 ได้ขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 โดยโจทก์มิได้รู้เห็นยินยอม แต่จำเลยที่ 2 รู้ว่าที่ดินพิพาทเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 มาก่อน โจทก์จึงฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนซื้อขายระหว่างจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ในส่วนของโจทก์ครึ่งหนึ่งได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 237

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.237 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1480

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนโอนขายที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๒๔๐๘ ในส่วนของโจทก์กึ่งหนึ่งระหว่างจำเลยทั้งสอง ให้จำเลยทั้งสองจดทะเบียนและส่งมอบที่ดินเฉพาะส่วนที่เป็นของโจทก์กึ่งหนึ่งแก่โจทก์ หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนา จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนโอนขายที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๒๔๐๘ ในส่วนของโจทก์กึ่งหนึ่งและให้จำเลยทั้งสองจดทะเบียนและส่งมอบที่ดินเฉพาะส่วนกึ่งหนึ่งแก่โจทก์ โดยให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนโอนที่ดิน หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติ ที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ ๓๒๔๐๘ มีชื่อจำเลยที่ ๑ เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ แต่ที่ดินดังกล่าวเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์และจำเลยที่ ๑ หลังจากโจทก์และจำเลยที่ ๑ จดทะเบียนหย่ากันแล้ว จำเลยที่ ๑ ได้ขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ ๒ โดยโจทก์มิได้รู้เห็นยินยอมในการทำนิติกรรมด้วย มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ ๒ ซื้อที่ดินพิพาทโดยสุจริต กล่าวคือรู้หรือไม่ว่าที่ดินดังกล่าวโจทก์มีกรรมสิทธิ์รวมอยู่ด้วย โจทก์นำสืบว่า นายภรากร แก้วพูล เป็นน้องจำเลยที่ ๑ มีภรรยาชื่อนางวีณา หงษ์บุญมี นางวีณาเป็นพี่สาวจำเลยที่ ๒ ฝ่ายจำเลย มีจำเลยที่ ๑ เบิกความตอบคำถามค้านของทนายโจทก์ว่า จำเลยที่ ๑ มีพี่น้อง ๕ คน รวมทั้งนายภรากร แก้วพูล ภรรยานายภรากรชื่อนางประวีณาหรือวีณา หงษ์บุญมี โดยจำเลยที่ ๒ เบิกความว่า มีพี่สาวชื่อนางวีณา หงษ์บุญมี ซึ่งเจือสมกับพยานโจทก์ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ตามที่โจทก์นำสืบ การที่จำเลยที่ ๒ เกี่ยวพันเป็นน้องของภรรยานายภรากรซึ่งเป็นน้องของจำเลยที่ ๑ เช่นนี้นับว่าเป็นญาติสนิท เชื่อว่าจำเลยที่ ๒ รู้ว่า ที่ดินพิพาทเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์และจำเลยที่ ๑ มาก่อน โจทก์จึงฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนซื้อขายระหว่างจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๓๗ พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7269/2544 นางวิลาสินี ศรสิงห์ทอง โจทก์ นายทวิช แก้วพูล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางวิลาสินี ศรสิงห์ทอง · จำเลย - นายทวิช แก้วพูล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วสันต์ ตรีสุวรรณ · ณรงค์ศักดิ์ วิจิตรสาระวงศ์ · จำรูญ แสนภักดี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายมนต์ เอี่ยมศิริ · ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายสุริยง ลิ้มสถิรานันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 19883/2555ฎีกา 621/2519ฎีกา 886/2515ฎีกา 52/2527ฎีกา 2161/2538ฎีกา 5059/2538ฎีกา 874/2532ฎีกา 5444/2551ฎีกา 1016-1018/2477ฎีกา 2345/2540ฎีกา 180/2502ฎีกา 1145/2495ฎีกา 6868/2541ฎีกา 7419/2543ฎีกา 597/2513ฎีกา 635/2511ฎีกา 6239/2555ฎีกา 310/2534ฎีกา 2269/2543ฎีกา 4144/2552ฎีกา 5207/2545ฎีกา 1171/2543ฎีกา 14934/2557ฎีกา 7247/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา